in

Positioning+Blog

Each person should have one’s own positioning.

This Blog

Syndication

Editor's Note



  • สงคราม "เรียลลิตี้ข่าว"


    "สงครามข่าวทีวี" รอบนี้ไม่ธรรมดา ทีวีทุกช่องเวลานี้หันมาให้น้ำหนักกับรายการข่าวอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะช่อง 3 และช่อง 7 ที่ห้ำหั่นกันทั้งช่วงเวลาและรูปแบบรายการ

    ช่อง 7 นั้น ส่ง "มีเดีย ออฟ มีเดียส์" เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน ถูกสั่งให้ประกบรายการข่าวของช่อง 3 ชนิดนาทีต่อนาที ข่าวต่อข่าว หลังจากที่ถูกช่อง 3 ชิงนำด้วยแบรนด์ครอบครัวข่าวล่วงหน้าไปหลายช่วงตัว

    ผลจากการแข่งขันของทั้ง 2 ช่องไม่เพียงแค่เกิดมหกรรมแย่งชิง "พิธีกรข่าว" กันสนั่นจอ สงครามข่าวรอบนี้ยังสร้างปรากฏการณ์ที่ถือป็น "จุดเปลี่ยน" สำคัญ คือเปลี่ยนจาก "การเล่าข่าว" มาสู่รูปแบบของ "เรียลลิตี้ข่าว"

    เมื่อทั้งช่อง 3 และช่อง 7 ต่างแข่งกันนำเสนอข่าวโดยหันมาเล่นกับอารมณ์ความรู้สึก เติมภาพอารมณ์สุข หรือเศร้า เพื่อให้คนดูรู้สึก "อิน" กับข่าว สามารถสร้างความต่อเนื่องในการดูข่าวที่ไม่จบลงง่าย

    รูปแบบเรียลลิตี้ข่าว เช่น กรณีข่าวเด็กชายเคอิโงะตามหาพ่อชาวญี่ปุ่น ที่เรตติ้งพุ่งถล่มทลาย มีคนดูคอยตามลุ้น สถานทูตยังต้องยื่นมือเข้ามาช่วย สินค้าใช้โอกาสนี้โปรโมตแบรนด์ ถึงขั้นที่มีคนขอซื้อลิขสิทธิ์ชีวิตเคอิโงะไปผลิตการ์ตูน

    การชิงคนดูด้วยข่าวรูปแบบเรียลลิตี้นิวส์ ไม่ได้มีแค่ช่วง 4 ทุ่มครึ่ง ที่ข่าว 3 มิติ และประเด็นเด็ด 7 สี สองรายการที่เป็นตัวจุดประกายเปิดศึกด้วยข่าวแนวนี้เท่านั้น ยังมีให้เห็นทุกช่วงเวลา หรือแม้แต่ข่าวบันเทิง ก็ต้องปรับมานำเสนอรูปแบบเรียลลิตี้ตามติดชีวิตดารา มาใช้กันแล้ว

    ที่เห็นได้ชัดอีกอย่าง ทุกช่องต่างแข่งกันควักกระเป๋าลงทุนติดตั้ง "สตูดิโอเสมือนจริง" เพื่อให้การดูข่าวได้ทั้งข้อมูล มีสีสัน และสนุกไม่แพ้การดูละคร

    ล่าสุด มีเดีย ออฟ มีเดียส์ ไม่ยอมน้อยหน้าช่อง 3 เปิดตัว Media flying Team ทีมข่าวเฮลิคอปเตอร์ไว้ตระเวนทำข่าวนอกสถานที่

    ที่ยอมลงทุนขนาดนี้ เพราะรายการข่าวเวลานี้สามารถทำเงิน ได้ไม่แพ้รายการ "ละคร" ซึ่งสะท้อนว่า คนไทยเวลานี้หันมาติดตามสนใจข่าวสารกันมากขึ้น

    สถานีโทรทัศน์ของไทย จึงต้องไล่ล่าหาความสำเร็จ กับสงครามข่าวครั้งใหม่ ที่มีเรตติ้ง และรายได้เป็นเดิมพัน

    ไพเราะ เลิศวิราม


  • ผู้ทรงอิทธิพล

     

    นิตยสาร POSITIONING นำเสนอ "ผู้ทรงอิทธิพล" ต่อเนื่องมาแล้ว 3 ปี แต่ละปีล้วนแต่มีเรื่องราวของบุคคลที่ถูกคัดเลือกนำมาเสนอแตกต่างกันไป ตามกลไกการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ในเวลานั้น

    ความร้อนแรงของวิกฤตการเมืองไทยในเวลานี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เงื่อนไขทางการเมืองมีผลอย่างมากต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย

    ผู้ทรงอิทธิพลในปี 2009 ล้วนแต่เป็นบุคคลที่ต้องจับตา บทบาทของพวกเขาเหล่านี้ ล้วนแต่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างหนีไม่พ้น

    วันนี้การเมืองไทยไม่ได้มีกลุ่มเสื้อแดงที่มีทักษิณ ชินวัตร วิดีโอลิงค์ ปลุกปั่นมวลชนจนกลายเป็นม็อบป่วนเมือง สร้างความเดือดร้อนไปทั่วเมืองเท่านั้น

    ยังมี "กลุ่มอำนาจใหม่" ที่จ้องจับมือกัน ที่มาจากขั้วอำนาจเก่าและคนระดับบิ๊กทั้งสีเขียวและกากี หวังใช้ช่วงที่รัฐบาลกำลังอ่อนแอ สร้างสีขึ้นใหม่ เพื่อหวังยึดกุมอำนาจการเมืองแทนกลุ่มอำนาจเก่า

    เกมการเมืองที่พวกเขาวางไว้ จะเป็นไปได้แค่ไหน อีกไม่นานคงรู้ แต่ที่แน่ๆ อำนาจใหม่ถูกเผยโฉมหน้าให้ได้รู้ว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลัง

    ที่ต้องจับตา กลุ่มคนบางคน หรือบางกลุ่มที่ไม่มีตำแหน่ง หรืออำนาจทางการเมือง แต่การมีฐานมวลชนในมือ กลายเป็นตัวแปรที่ทำให้เกมการเมืองเปลี่ยนได้ ส่วนใครจะสวมเสื้อสีไหน บทบาทของพวกเขาสั่นสะเทือนเพียงใด ต้องติดตามดู

    ถัดจากกลุ่มการเมือง ในจังหวะนี้ "สื่อ" ก็ต้องถูกจับตา เพราะเป็นกลไกสำคัญยิ่งที่จะต้องสะท้อนความจริง และสร้างความถูกต้องขึ้นในสังคม ส่วน สื่อ จะกำหนดวางบทบาท หรือทำหน้าที่ได้มากน้อยแค่ไหน เรามีคำตอบ

    ต้องไม่พลาดกับ สัมภาษณ์แบบเจาะลึก "วิทวัส สุนทรวิเนตร์" และทีมงาน กับ 12 ปีของรายการ "ตีสิบ" ที่ยังคงครองเรตติ้งคนดูไว้ได้อย่างเหนียวแน่น และเขาจะรับมือกับ ชิงร้อยชิงล้าน ของช่อง 7 ที่กำลังถูกจับตาดูว่า "ศึกช้างชนช้าง" รอบนี้ใครจะอยู่ ใครจะไป ไม่นานคงรู้

    เนื่องจากฉบับนี้พิเศษกว่าปีก่อนๆ เพื่อให้ภาพของบุคคลอย่างครบถ้วนยิ่ง เราเพิ่มกลุ่มใหม่ของผู้เสื่อมอิทธิพล ผู้อยากมีอิทธิพล รวมถึงผู้มีอิทธิพลแต่ไม่เคยใช้อิทธิพล ที่จะถูกเผยโฉมหน้า

    "คนคือที่มาของการเปลี่ยนแปลงทุกสรรพสิ่งในโลก" เป็นประโยคง่ายๆ ที่สะท้อนความเป็นจริงได้เสมอ

     

    ไพเราะ เลิศวิราม

  • มหัศจรรย์...เทรนดี้ กอล์ฟ

     

    จะไม่เทรนดี้ได้อย่างไร เมื่อกอล์ฟได้เปลี่ยนจากกีฬาแบบป๋าๆ เข้าไปอยู่ในใจของวัยรุ่น และคนทำงานวัยต้นๆ ผู้บริหารระดับ Young Executive เวลานี้ถอดสูทหันมาสวมชุดนักกอล์ฟ จนกลายเป็นกีฬายอดนิยมในใจของคนรุ่นใหม่ไปแล้ว

    ไปสนามไดรฟ์กอล์ฟเวลานี้ไม่ได้เห็นแค่คนวัยใส แต่ยังได้เห็นนักกอล์ฟตัวน้อย อายุ 6-7 ขวบ วาดวงสวิงอย่างตั้งอกตั้งใจ โดยมีโปรมืออาชีพจับท่าอยู่ข้างๆ จนเป็นภาพชินตา ยิ่งปิดเทอมแบบนี้ด้วยแล้ว ซัมเมอร์แคมป์ยุคนี้ ต้องมีกีฬากอล์ฟบรรจุด้วยจึงจะอินเทรนด์

    สนามไดรฟ์กอล์ฟกลายเป็นแหล่งเอนเตอร์เทนดีๆ นี่เอง ตีกอล์ฟ ทานอาหาร คุยกับเพื่อนฝูง ยิ่งสนามกอล์ฟออกรอบด้วยแล้ว บรรดานักกอล์ฟยืนยันว่า สนามกอล์ฟของไทยถือว่าสุดยอดแล้ว มีถึง 200 สนาม จะเลือกตีที่กรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด ด้วยวิวแบบไหน มีให้เลือกได้ทั้งนั้น จะเป็นภูเขา ทะเล แม่น้ำ และที่มากกว่านั้น ไม่ต้องตีกลางวันอย่างเดียว กลางคืนก็มีให้บริการแล้ว

    ไนต์กอล์ฟ เปิดขึ้นมารองรับกับคนวัยทำงานรุ่นใหม่ ที่นิยมใช้บริการหลังเลิกงาน โดยไม่ต้องรอออกรอบช่วงเสาร์ อาทิตย์ เวลานี้มีให้บริการ 5-6 สนาม

    กอล์ฟ ยังเป็นกีฬาไม่กี่ประเภทที่ผู้เล่นสามารถสวมใส่ชุดไปทำงาน ช้อปปิ้ง แฮงเอาต์กับเพื่อนๆ หรือจะไปดินเนอร์ได้สบายๆ

    เสื้อผ้ากอล์ฟทุกวันนี้ เป็นแฟชั่นแท้ๆ ชนิดที่ต้องได้ใจคนรุ่นใหม่ ตั้งแต่เสื้อผ้าไปจนถึงแอสเซสเซอรี่ต่างๆ บางแบรนด์เฉพาะเข็มขัดอย่างเดียว ขายได้ 5 ล้านเส้นทั่วโลก หรือบางรายก็ผลิตแต่รองเท้าและถุงมือก็ครองตลาดยาวนานถึง 30 ปี

    กำลังซื้อที่มีอยู่มากมาย ตลาดหอมหวน ถึงขั้นทั้งอาดิดาสและไนกี้ บิ๊กบราเธอร์ของวงการผลิตอุปกรณ์กีฬา ต้องกระโจนสู่สนามนี้ด้วย โดยมีผู้ผลิตกีฬากอล์ฟแท้ๆ วิ่งไล่กวด

    กอล์ฟ ยังเป็นกีฬาเดียวที่เล่นได้พร้อมกันทั้งครอบครัว พ่อ แม่ ลูก โดยไม่ผิดกติกา ไม่มีเงื่อนไข เพราะแต่ละคนมีกติกาของตัวเองตามช่วงอายุ และผู้หญิง ผู้ชาย

    ส่วนฝีมือใครตีเป็นปลาร้า หรือเข้าขั้นระดับเทพก็ไม่ว่ากัน แต่ที่แน่ๆ เทรนดี้ขนาดนี้ ใครไม่เล่น ไม่ได้แล้ว

     

    ไพเราะ เลิศวิราม

  • facebook time

     

    "พี่ต้องใช้ facebook แล้ว จะได้ไม่ตกเทรนด์" ได้ยินคนวัยทำงานรุ่นใหม่ๆ หลายคนจากหลายวงการ สะกิดให้เข้าไปเป็นสมาชิกใหม่ของเว็บไซต์ที่กำลังมาแรงที่สุดเว็บหนึ่ง ในบรรดาเว็บ Social Network ที่มีอยู่มากมาย

    ถามไปก็พบว่า น้องๆ เหล่านี้เขาใช้กันเป็นประจำ ส่วนใหญ่ใช้กับเพื่อนเก่าสมัยเรียน เพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่เพื่อนในแวดวงธุรกิจที่ต้องติดต่องานหรือธุรกิจกันบ่อยๆ ส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า ได้เจอเพื่อนเก่าสมัยเรียน หรือเพื่อนที่ทำงานเก่า ทำให้ไม่รู้สึกห่างหาย

    มีไม่น้อยที่เลิกใช้ hi5 หันมาเป็นแฟนประจำ facebook เต็มตัว หลายคนติดใจ แอพพลิเคชั่นส์ ใน facebook ที่มีให้เลือกมากกว่า และซับซ้อนกว่า hi5

    แอพพลิเคชั่นส์ที่หลากหลายก็มาจากกลยุทธ์การตลาดแบบแบ่งปัน เปิดให้ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นส์มีพื้นที่ "ปล่อยของ" หากแอพพลิเคชั่นส์เป็นที่นิยมก็มีโอกาสหาเงินเข้ากระเป๋าสบายๆ ดูอย่างเกม Pet Society เป็นตัวอย่าง ส่วน facebook ก็มีลูกเล่นใหม่ๆ ดึงดูดคนเข้ามาใช้เว็บได้ตลอด เป็นกลยุทธ์การตลาดแบบ วิน-วิน ที่ใช้ได้ผล

    ถ้าพูดถึงความเป็นแมสแล้ว facebook อาจสู้ hi5 ที่มีคนใช้เป็นหลักล้านไม่ได้แน่ แต่ถ้ามองในแง่ของผู้ใช้แล้ว น่าสนใจ เพราะส่วนใหญ่เป็นคนทำงาน นักศึกษามหาวิทยาลัย ใช้ติดต่อกับเพื่อนฝูง เพื่อนร่วมงาน

    เนื่องจากความเป็นส่วนตัวของเว็บนี้ก็มีสูงกว่า hi5 ส่วนใหญ่จะใส่ชื่อ นามสกุลจริง ประเภทปลอมตัวไว้หากิ๊กแบบที่เคยใช้ hi5 นั้น ใช้ไม่ได้กับ facebook ถ้าทำแบบนั้น คุณจะหาใครไม่เจอ

    กระแสเหล่านี้ นักการตลาด เจ้าของแบรนด์มองข้ามไม่ได้ เพราะกลุ่มคนเหล่านี้ เป็นคนที่มีการศึกษา และมีกำลังซื้อ โจทย์จึงอยู่ที่ว่า แบรนด์ไหนจะมีวิธีการดึงดูด หรือสร้างความสนใจได้มากน้อยเพียงใด เพราะก็ไม่ง่าย แต่ถ้าโดนใจแล้ว โอกาสทางการตลาดไม่หนีไปไหน ที่สำคัญค่าใช้จ่ายไม่มาก เหมาะกับยุคเศรษฐกิจยุคนี้

    ใครที่เคยประทับใจกับสกู๊ป hi5 หรือ Youtube หรือ Google Earth แล้ว เชื่อได้ว่า สกู๊ปชิ้นนี้จะตอบโจทย์ได้ไม่แพ้กัน

     

    ไพเราะ เลิศวิราม

  • Presenter ใครไม่มีเชย...


    ต้องยอมรับเลยว่า การใช้พรีเซ็นเตอร์ ยังคงเป็นเครื่องมือการตลาดยอดฮิตของสินค้าที่นำมาใช้ในการสร้างแบรนด์ที่ทรงพลังอย่างยิ่ง

    มนต์ขลังของพรีเซ็นเตอร์สร้างความนิยมให้กับสินค้านำมาใช้อย่างแพร่หลายกันทุกผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ก๊อกน้ำ ลูกอม สบู่ แชมพู โทรศัพท์มือถือ ไปจนถึงธนาคาร ชนิดที่ใครไม่มีพรีเซ็นเตอร์มาใช้สร้างแบรนด์ ต้องเรียกว่า...เชย

    เจ้าของแบรนด์และเอเยนซี่โฆษณาต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้ามีพรีเซ็นเตอร์ในงานโฆษณาแล้ว แบรนด์จะถูกจดจำได้เร็วกว่าโฆษณาที่ไม่ใช้พรีเซ็นเตอร์ เมื่อเทียบการใช้งบมีเดียในจำนวนเท่าๆ กัน

    พรีเซ็นเตอร์ยอดนิยมของเมืองไทย ต้องเป็น "ดาราดัง" เท่านั้น เนื่องจากพฤติกรรมคนไทยชอบดูละคร รักความบันเทิง แต่ถ้าเป็นต่างประเทศ พรีเซ็นเตอร์ไม่ใช่แค่ดารา แต่ยังรวมไปถึงนักกีฬา หรือคนที่ประสบความสำเร็จ

    ดาราดังจึงเป็นที่ต้องการของสินค้า ยิ่งดังค่าตัวยิ่งสูง และถ้าวัดความดังของดาราเวลานี้ ไม่ได้วัดกันที่ละครที่เล่นเท่านั้น ยังต้องวัดกันที่จำนวนสินค้าที่ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ ถ้าไม่ดังจริงสินค้าคงไม่เลือกใช้ ประเภทดาราปั้นใหม่ๆ หลายแบรนด์บอกว่าเสี่ยง

    ดาราดังคนใดจะฮอตฮิตที่สุดในสายตาเจ้าของสินค้า และผู้บริโภค แบรนด์สินค้าใดใช้แล้วสำเร็จ แต่บางสินค้าลงทุนใช้ดาราดังแล้วแต่คนดูกลับจำแบรนด์ไม่ได้ ทำไมบางอุตสาหกรรมถึงต้องใช้กันแบบยกกระบิ กรณีศึกษาเหล่านี้ ใครก็พลาดไม่ได้

    ฉบับนี้ ยังพาผู้อ่านไปเจาะลึกกับงานการเปิดตัว ไอโฟน ในไทย กับกลยุทธ์ "เข้าแถว" ที่ต้องมีให้เห็นทุกประเทศ แม้กระทั่งในไทย พวกเขามีกระบวนการทำงานอย่างไร กลยุทธ์นี้จะได้ผลแค่ไหน

    เรามีคำตอบ

     

    ไพเราะ เลิศวิราม

  • Ready to Eat

     

    อาหารพร้อมเสิร์ฟ... อาหารอิ่มสะดวก... อาหารแช่แข็ง จะเรียกอะไรก็แล้วแต่ Ready to Eat หรือ RTE ได้กลายเป็นธุรกิจที่น่าจับตามองมากที่สุดธุรกิจหนึ่งในปี 2552  

    น่าสนใจชนิดที่เหล่าบิ๊กธุรกิจต่างกำลังกรีฑาทัพเข้าสู่ธุรกิจนี้อย่างเต็มตัว ทุกรายล้วนแต่มีความพร้อมทั้งสรรพกำลัง เงินทุน และการตลาด

    ประเด็นที่ทำให้ RTE กลายเป็นธุรกิจสุดฮอตขึ้นมา ก็เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน เมื่อทุกอย่างต้องรีบเร่ง เวลามีน้อย ยิ่งคนทำงานในเมืองด้วยแล้ว เวลาเป็นเงินเป็นทอง ไม่มีเวลามาเสียให้กับการทำอาหารเป็นชั่วโมง ที่สำคัญช่องว่างของราคา ระหว่างอาหารข้างถนน และ RTE ไม่ต่างกันมากนัก  

    RTE จึงกลายเป็นทางเลือกของผู้บริโภคที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะลูกค้าระดับ เอ หรือ บี แต่เริ่มกระจายสู่ Mass ผ่านช่องทางขายทั้งร้านสะดวกซื้อ ไฮเปอร์มาร์เก็ต อ้าแขนรับเพิ่มเนื้อที่สำหรับ RTE กันเป็นแถว บางรายที่มีเงินทุนก็เปิดร้านขายเอง อย่าง ซีพี เฟรชมาร์ท ของซีพี

    ยิ่งการแข่งขันสูง ทุกรายจึงต้องคิดค้นเมนูเด็ดออกมามากขึ้น มีให้เลือกตั้งแต่เมนูพื้นๆ แบบข้าวกะเพรา หมูทอดกระเทียมพริกไทย ไปจนถึงระดับเหลา หวังโกยลูกค้ามาไว้ในมือให้มากที่สุด เม็ดเงินโฆษณาของอุตสาหกรรมนี้มีไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท หวังสู่ทุกมีเดีย ทีวี วิทยุ แมกกาซีน ยิ่งช่วงหลังโฆษณาบนรถไฟฟ้าและออนไลน์เป็นทางเลือกใหม่ที่หลายแบรนด์เลือกใช้ สะท้อนถึง

    แบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง ซีพี พรั่งพร้อมทั้งเงินทุน เทคโนโลยี และโนว์ฮาว โจทย์ที่ต้องทำต่อไปจึงเป็นเรื่องการฝังแบรนด์ในใจผู้บริโภค โดยเฉพาะลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ๆ

    ขณะที่ เซเว่น อีเลฟเว่น เปลี่ยนจุดยืนธุรกิจมาสู่การเป็น Convenience Food Store เปลี่ยนจากขายสินค้าอุปโภคมาขายอาหารเป็นสัดส่วนถึง 70% โดยมี RTE เป็นหัวหอกในการ Change รอบนี้ แต่อายุของอาหารไม่เหมือนแชมพู หรือสบู่ จึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายเซเว่น อีเลฟเว่นต้องขยับปรับกระบวนทัพกันใหม่

    บะหมี่สำเร็จรูป ยังคงเป็นกรณีศึกษาสุดคลาสสิก ระหว่างผู้นำอย่าง "มาม่า" และ "ไวไว" ที่กำลังเดินมาถึงเกมการตลาดที่ต้องชิงกันที่การสร้างแบรนด์ และจุดยืนในใจลูกค้า
    เสิร์ฟอาหารจานหลักกันแล้ว มาถึง สแน็ก ของกินเล่นอย่าง "เถ้าแก่น้อย" มาถอดรหัสธุรกิจสาหร่ายอบกรอบครองเมือง ของ "อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์" "ต๊อบ" ที่สร้างตัวจนกลายเป็นเจ้าของธุรกิจมูลค่าไม่ต่ำกว่าพันล้าน ด้วยวัยเพียงแค่ 24 ปี

    ตบท้ายด้วย บทสัมภาษณ์มันๆ กับสองหนุ่มสาวสุดฮอต อิ๊ก - บรรณ บริบูรณ์ และ นกหวีด - ภควดี เสรีวิวัฒนา กับเส้นทางชีวิตของเชฟรุ่นใหม่หัวใจอินดี้ ต้องมีทั้งฝีมือ ความเข้าใจตลาด การมองเทรนด์ผู้บริโภค พิสูจน์ได้ว่าความดังของเขาและเธอไม่ใช่แค่หน้าตา แต่ต้องมีหัวใจรักในอาชีพนี้อย่างลึกซึ้ง

    ทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องราวที่ทำให้ผู้อ่านเต็มอิ่มไปกับทุกเมนูใน POSITIONING ฉบับนี้ 

     

    ไพเราะ เลิศวิราม

  • Kingdom of Thailand

    เป็นปีที่ 3 แล้วที่นิตยสาร POSITIONING นำเสนอเรื่องราวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาอย่างต่อเนื่อง

    ครั้งนี้ก็เช่นกัน ในวาระคล้ายวันประสูติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เวียนมาอีกครั้งและเพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเปรียบเป็น "เสาหลัก" เป็นที่ยึดเหนี่ยวของประชาชนชาวไทยเสมอมา ตลอดช่วงเวลาของการครองราษฎร์พระองค์ทรงเสียสละความสุขส่วนตัว เสด็จเยี่ยมราษฎรในถิ่นทุรกันดารห่างไกล จนนำมาซึ่งโครงการแก้ปัญหาความยากจน ปัญหาภัยพิบัติจากธรรมชาตินับพันโครงการ ตลอดจนปัญหาทางการเมืองก็คลี่คลายไปได้ด้วยดี

    ด้วยความที่พระองค์ทรงเข้าใจความเป็นไปของประเทศและประชาชนเป็นอย่างดี จึงได้พระราชทานแนวคิดทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงให้กับประชาชนชาวไทยนำไปใช้เป็นหลักปฏิบัติในการดำเนินชีวิตของบุคคล องค์กร และในระดับประเทศ เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันต้านทานได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าประเทศจะอยู่ในภาวะผันผวนเพียงใด หรือจะมีกระแสทุนนิยมพัดพาเข้ามาก็ตาม พิสูจน์ได้ชัดเจนว่าสถาบันกษัตริย์มีความสำคัญ และจำเป็นสำหรับประชาชนชาวไทยนับแต่ในอดีตอย่างไร ในปัจจุบันและอนาคตสถาบันกษัตริย์ยังคงเป็นที่ยึดเหนียว และเป็นเสาหลักให้กับคนไทยทุกคนเสมอมา

    หากมีกลุ่มบุคคลใดก็ตามที่กระทำการละเมิด หรือหมิ่นสถาบันกษัตริย์ หรือแม้กระทั่งคิดเปลี่ยนแปลงระบบการปกครอง ย่อมเป็นหน้าที่ของประชาชนคนไทยทุกคนที่จะต้องปกป้องสถาบันกษัตริย์ให้ดำรงอยู่ตลอดไปตราบชั่วลูกชั่วหลาน

    สงครามครั้งสุดท้ายแบบม้วนเดียวจบของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะถูกมองว่าทำให้ประเทศชาติเสียหายก็ตาม แต่หากปล่อยให้คนบางกลุ่มที่ต้องการยึดครองอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ หาผลประโยชน์ใส่ตัวไม่รู้จักจบสิ้น

    การสูญเสียในวันนี้คงเทียบกันไม่ได้ เพราะเมื่อถึงเวลานั้น เราอาจไม่เหลืออะไรเลย... แม้แต่ประเทศไทย

     

    ไพเราะ เลิศวิราม

  • Crisis Management ทำอย่างไรจึงจะรอด ?

     

    ได้ฟังแนวคิดของเหล่าซีอีโอ ในการรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจรอบนี้แล้ว หลายคนอาจดูไม่วิตกมากนัก บางคนเชื่อว่าวิกฤตต้มยำกุ้ง ปี 2540 หนักกว่ามาก

    ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ใครที่ผ่านวิกฤตรอบนั้นก็ไม่ประมาท รัดเข็มขัด ลดค่าใช้จ่าย งดลงทุนที่ไม่จำเป็น และหันมายึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

    มีหลายบริษัทที่นำวิธีบริหารจัดการวิกฤตมาใช้อย่างน่าสนใจ หนึ่งในนั้น คือ เอ็มเค สุกี้ จำกัด ที่ขยับจากสาขาเล็กๆ ในสยามสแควร์ เมื่อ 22 ปีที่แล้ว กลายมาเป็นยักษ์ใหญ่สุกี้ มีสาขา 280 แห่ง มีพนักงาน 13,000 คน

    ฤทธิ์ ธีระโกเมน ซีอีโอ เอ็มเค เล่าให้ฟังถึงความสำเร็จอันน่าทึ่ง ที่สำคัญอยู่ที่การมองปัญหา จากนั้นก็สร้างกระบวนการขึ้นมา

    ยิ่งถ้าได้ฟังเรื่องการบริหารจัดการ เรื่องผ้าเช็ดโต๊ะ ไข่ไก่ เขียงสับเป็ด วิธีล้างผัก คงไม่แปลกใจที่วันนี้ ฤทธิ์จะยิ้มรับวิกฤตเศรษฐกิจได้สบายๆ

    กรณีของ เอ็มเค สุกี้ เป็นแค่ตัวอย่างสั้นๆ ยังมีอีก 8 กรณีศึกษาจาก 8 องค์กรธุรกิจ ถ่ายทอดแนวคิดในกู้วิกฤตเศรษฐกิจเอาไว้อย่างน่าสนใจ

    วิกฤตเศรษฐกิจไม่พอ คนไทยยังต้องมาเจอกับมหันตภัย "เมลามีน" ทำเอายอดขายผลิตภัณฑ์นมและอาหารที่ใช้นมยอดขายตกฮวบ กลายเป็นกรณีศึกษาให้กับ 3 แบรนด์ดัง นมตรามะลิ ดัชมิลล์ และเอสแอนด์พี ต้องออกมาจัดการพลิกฟื้นแบรนด์ เร่งฟื้นศรัทธาของคนแบบเร่งด่วนได้อย่างไร

    ปัญหาขัดแย้งทางการเมือง กลายเป็นอีกวิกฤตร้อน เกิดการแตกแยกในสังคม ระหว่างสีเหลืองและสีแดง จนเกิดเหตุการณ์นองเลือด ยิ่งนานวันนี้ก็ยิ่งลุกลาม ถึงเวลาแล้วหรือยังที่คนไทยจะต้องเลือกการใช้ชีวิตแบบใด เลือกอยู่ในสังคมแบบไหน ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยแบบไหน ที่สำคัญต้องเลือกเสพสื่ออย่างไร

    ทั้งหมดนี้ เรามีคำตอบ...

     

    ไพเราะ เลิศวิราม

  • จุดจบของทุนนิยม

     

    บางคนเรียกวิกฤตการณ์การเงินในสหรัฐอเมริกาที่กำลังลุกลาม ส่งผลให้เศรษฐกิจทั่วโลกต้องล่มสลายลง ว่าเป็น "สึนามิการเงิน" เพราะไม่ใช่แค่สหรัฐฯ เท่านั้นที่ต้องเจอพิษสงกับวิกฤตครั้งนี้ แต่ยังลุกลามไปยังสถาบันการเงินในยุโรปและเอเชีย ต้องล้มไม่เป็นท่า ทำเอารัฐบาลของชาติต่างๆ ต้องวิ่งวุ่นหาเงินอัดฉีดเงินเพื่อพยุงสถานการณ์เอาไว้

    สถาบันการเงินแต่ละรายที่เจอปัญหาก็ไม่ธรรมดา ล้วนแต่เป็นระดับบิ๊กที่มั่นคงเอามากๆ อย่าง เลแมน บราเดอร์ส วาณิชธนกิจอันดับ 4 ของสหรัฐอเมริกา ตามมาด้วย AIG บริษัทประกันวินาศภัยยักษ์ใหญ่ รวมถึงการล้มของธนาคารฟอร์ติส แบงก์ใหญ่จากยุโรป ทำเอาเมืองไทยประกันชีวิต และเมืองไทยประกันภัย ที่มีฟอร์ติสถือหุ้นอยู่ ต้องหนาวๆ ร้อนๆ ไปตามๆ กัน หลังจากที่บริษัท เอไอเอ ประกันชีวิตอันดับ 1 ของไทย ต้องเจอพิษสงจากบริษัทแม่ AIG ที่เจอวิกฤตการเงินจนต้องพึ่งพาเงินจากเฟดมาช่วยกู้สถานการณ์

    ใช่แต่สถาบันการเงินเท่านั้นที่ล้มลงราวกับโดมิโน ยังลุกลามไปยังตลาดหุ้นทั่วโลกต้องตกอยู่ในภาวะถล่มทลายจนต้องสั่งปิดทำการแบบกะทันหัน กลายเป็นหายนะที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

    วิกฤตการณ์ครั้งนี้ สะท้อนชัดเจนถึงความล้มเหลวของระบอบทุนนิยม ที่มีต้นกำเนิดมาจากสหรัฐอเมริกา ต้นตอของระบอบทุนนิยมเสรี ที่ได้สร้างนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ๆ เช่น กรณีหุ้นกู้ CDS ที่เป็นหนึ่งในปัญหาวิกฤตครั้งนี้ มาจากการสร้างกลไกระบบเงินทุนที่ไม่เป็นจริง จนกลายเป็นต้นตอของวิกฤตการณ์รอบนี้

    จะว่าไปแล้ว ประเทศไทยยังไม่เจ็บหนักเหมือนกับบางประเทศ อย่าง เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหลายธุรกิจเข็ดหลาบจากวิกฤตต้มยำกุ้ง การกู้เงินนอกมาลงทุนมีไม่มาก ปัญหาทางการเมือง และการตรวจสอบปัญหาการคอรัปชั่นเป็นไปอย่างเข้มข้น การลงทุนโครงการขนาดใหญ่ประเภทเมกะโปรเจกต์มีไม่มาก

    แต่ในไม่ช้าไทยก็คงหนีไม่พ้นกับวิกฤตรอบนี้ เอาแค่ตลาดหุ้นไทยเวลานี้ก็เริ่มย่ำแย่แล้ว ลูกค้าผู้เอาประกันชีวิตเองก็ขาดความเชื่อมั่น สถาบันการเงินหลายแห่งเริ่มหนาวๆ ร้อนๆ อสังหาริมทรัพย์ที่ต้องพึ่งเงินทุนจากนอกก็ต้องเริ่มควานหาแหล่งทุนใหม่ ธุรกิจส่งออกต้องเจอศึกหนักแน่ เพราะหลายประเทศที่เป็นคู่ค้าเจอพิษวิกฤตกันเป็นแถว หากไม่รับมือให้ดี งานนี้มีสิทธิ์ย่ำแย่ไปตามๆ กัน

    นี่คงถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานให้กับประชาชน หลักเศรษฐกิจพอเพียงที่ให้ใช้ชีวิตอยู่บนความเป็นจริง ไม่ลงทุนเกินตัว หรือเกินความเป็นจริง อยู่บนพื้นฐานหรือหลักความเป็นจริงของเงินทุน มาเป็นแนวทางในการนำพาประเทศให้พ้นภัยจากวิกฤตการณ์ครั้งนี้

    POSITIONING ฉบับนี้ จะพาไปค้นหาคำตอบกับที่มาของวิกฤตการเงินสหรัฐฯ และผลกระทบทุกแง่มุม ตามดูชีวิตผู้บริหารเลแมนฯ ในไทยว่าเขาใช้ชีวิตกันอย่างไร และธุรกิจประกันชีวิตของไทยที่ได้รับผลกระทบกับวิกฤตครั้งนี้ไปเต็มๆ พวกเขาจะมีวิธีรับมือกับปัญหานี้อย่างไร เราเชื่อว่า เป็นสกู๊ปอีกชิ้นที่ผู้อ่านพลาดไม่ได้

     

    ไพเราะ เลิศวิราม

  • การเมืองใหม่

    นิตยสาร POSITIONING ได้ทำหน้าที่เกาะติดสถานการณ์ในแง่มุมต่างๆ ที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ในระดับจุลภาค จนถึงระดับมหภาค

    การมาของ อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย ปีที่ 1 ปรากฏการณ์ hi5 ไปจนถึง กระชากหน้ากากปตท. และวิกฤตสายการบิน เป็นสิ่งสะท้อนแนวทางของเราได้เป็นอย่างดี

    เราเชื่อว่า องค์กรธุรกิจ หน่วยงาน หรือใครก็ตาม จำเป็นต้องรู้ความเป็นไปของปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมไทยในทุกมิติ เพื่อกำหนด "จุดยืน" ของธุรกิจ หรือองค์กรในเวลานั้น

    ปฏิเสธไม่ได้ว่า เวลานี้การเมืองกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว

    ปรากฏการณ์กลุ่มพันธมิตรฯ และสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม ASTV ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงการปลุกพลังมวลชนให้ออกมามีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

    ข้อเรียกร้อง "การเมืองใหม่" ที่สนธิ ลิ้มทองกุล แกนสำคัญกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ออกมาประกาศเมื่อไม่นานมานี้ ได้จุดให้อุณหภูมิทางการเมืองร้อนแรงอย่างเห็นได้ชัด

    บางคนบอกว่า กลุ่มพันธมิตรฯ เรียกร้องไม่เลิก บ้างก็ว่ากลุ่มพันธมิตรฯ การเมืองใหม่ทำลายระบอบประชาธิปไตย

    แต่ถ้ามองให้ลึก การคนไทยต้องซื้อข้าวของราคาแพง หรือต้องเติมน้ำมันในราคาเกินกว่าที่ควรจะเป็น และอาจต้องยกทรัพยากรธรรมชาติของไทยให้กับต่างชาติมาจากสาเหตุใด ถ้าไม่เป็นเพราะปัญหา "การเมืองแบบเก่า" ที่ถูกยึดกุมด้วยทุนนิยมที่ซื้อเสียงเข้ามาบริหารบ้านเมือง

    นี่คือ ข้อเรียกร้องของกลุ่มพันธมิตรฯ ในการประกาศสงครามครั้งสุดท้าย ที่มี "การเมืองใหม่" เป็นเดิมพัน

    การเมืองใหม่ คืออะไรกันแน่ ทำไมประเทศไทยถึงต้องมีการเมืองใหม่ ที่มาของโมเดล 70: 30 คืออะไร การเมืองใหม่ฉีกทิ้งระบอบประชาธิปไตยจริงหรือ ใครจะเป็นผู้ออกแบบการเมืองใหม่ ประชาชนจะมีส่วนร่วมได้แค่ไหน ทำไมต้องเป็น รัฐบาลประชาภิวัฒน์

    เรามาร่วมกันค้นหาคำตอบได้ในฉบับนี้


    สกู๊ปอีกชิ้นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน "3G ทะลุโลก" จะเป็นจุดเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือของไทย ก้าวจากระบบมือถือที่คุ้นเคยกันมานับสิบปี ไปสู่ยุค 3G

    ภายใต้คลื่นความถี่ใหม่ และเทคโนโลยีใหม่ ของ 3G จะพลิกโฉมหน้าโทรศัพท์มือถือให้กลายเป็นมีเดียยุคใหม่ ที่ใช้ดูหนัง ฟังเพลง รับส่งอีเมล หรือโหลดหนังในเวลาไม่กี่นาที

    เม็ดเงินนับหมื่นล้านจะถูกนำมาใช้กับการลงทุน 3G เพื่อให้โอเปอเรเตอร์มือถือได้วาดฝันถึงชัยชนะกับสงครามครั้งใหม่

    ความคึกคักของตลาดจะกลับมาสู่ผู้ผลิตมือถือได้อีกครั้ง ผู้ใช้จะได้สัมผัสพลังความเร็วของ 3G ในรูปแบบใดบ้าง โมบายอินเทอร์เน็ต โมบายแบงกิ้ง จะเป็นคำตอบของบริการ 3G จริงหรือไม่ บรรดามีเดียเอเยนซี่ และเหล่าครีเอทีฟโฆษณา ต้องใส่ไอเดียและสื่อโฆษณาได้แค่ไหน เรามีคำตอบเช่นกัน

     

    ไพเราะ เลิศวิราม

    Posted Sep 24 2008, 10:10 PM by pairoh with no comments
    Filed under: , ,




More Posts Next page »