in

Positioning+Blog

Each person should have one’s own positioning.

This Blog

Syndication

Editor's Note



  • วิกฤตสายการบิน

    ใครที่ต้องโดยสารเครื่องบินเวลานี้ นอกจากต้องควักเงินซื้อตั๋วราคาแพงขึ้น หรืออาจไม่มีเที่ยวบินให้เลือกมากนัก และหากบินด้วยสายการบินต้นทุนต่ำ บางครั้งก็อาจต้องเสียค่าโหลดกระเป๋าเพิ่ม หรือต้องฟังข้อเสนอขายประกันจากแอร์โฮสเตสที่ผันตัวมาเป็นคนขายประกัน

    เพราะนี่คือส่วนหนึ่งในมาตรการแก้ปัญหาของสายการบินที่กำลังประสบกับวิกฤตการณ์ต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นจนต้องรัดข็มขัดกันเอวกิ่ว ลดต้นทุน ลดพนักงาน ลดเที่ยวบิน ปิดเส้นทางที่ไม่ทำกำไร

    ยิ่งสายการบินไหนมีปัญหาดำเนินธุรกิจ หรือมีระบบบริหารจัดการไม่ดีอยู่แล้ว โอกาสที่จะล้มไม่เป็นท่าก็ยิ่งมีมาก อย่างกรณีของสายการบินวันทูโก ที่ต้องประกาศหยุดบินทันทีหลังจากที่กรมขนส่งทางอากาศออกมาแถลงข่าวถึงสาเหตุเครื่องบินวันทูโกตก อันเนื่องมาจากข้อบกพร่องของนักบิน

    ส่วนสายการบินนกแอร์นั้น ก็ต้องบาดเจ็บกับปัญหาเรื่องต้นทุนน้ำมันสูงขึ้นจนไม่ทำกำไร จนต้องแก้ปัญหาหลายมาตรการ ลดเงินเดือนผู้บริหาร เลย์ออฟพนักงาน ลดเที่ยวบิน ลดจำนวนเครื่องบินจาก 9 ลำเหลืออยู่เพียงแค่ 4 ลำ

    สำหรับการบินไทย การประกาศตัวเลขผลประกอบการที่ขาดทุน 9,000 ล้านบาท เป็นการบอกได้ว่าสายการบินแห่งชาติของไทยกำลังเจอกับวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ เป็นการขาดทุนครั้งแรกในรอบ 48 ปี จนต้องประกาศโครงการเกษียณก่อนอายุ จำนวน 500 อัตรา เพื่อลดค่าใช้จ่ายค่าจ้างพนักงานลง

    วิกฤตการณ์ครั้งนี้ ยังส่งผลให้แอร์โฮสเตส และสจ๊วต อาชีพในฝันของนิสิตนักศึกษา ที่เคยใช้ชีวิตหรูหรา อาจกลายเป็นนางฟ้าตกสวรรค์ เมื่อสายการบินต้องลดทั้งคน รัดเข็มขัด ลดสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่เคยมีเคยได้ในอดีต

    อะไรคือปัญหาที่แท้จริงของการบินไทย ใครจะรอดตายในสายการบินต้นทุนต่ำ และสายการบินทั่วโลกแก้ปัญหากันอย่างไร ทั้งหมดนี้เรามีคำตอบ

    ฉบับนี้ มาถอดรหัสกับปรากฏการณ์ของเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ASTV ที่ได้ชื่อว่าเป็นสถานีโทรทัศน์เพียงแห่งเดียวที่ถ่ายทอดสดการประท้วงรัฐบาลตลอด 24 ชั่วโมง

    ถ้าเปรียบความร้อนแรงและความดังของเวทีพันธมิตรฯ และทีวีดาวเทียมเอเอสทีวี คงไม่ต่างไปจากเรียลลิตี้โชว์ ที่มีคนติดตามและเฝ้าดูมากที่สุดรายการหนึ่ง แม้จะการชุมนุมจะผ่านมาแล้วกว่า 3 เดือน และยังไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด

    ดังถึงขนาดที่ สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ต้องคอยหาทางตอบโต้ตลอดเวลาแล้ว ล่าสุดถึงกับให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า จะให้ตำรวจจับผู้ที่สวมเสื้อยืด ลูกจีนรักชาติ ที่วางขายในบริเวณชุมนุม ทันทีที่พูดจบ ปรากฏว่าเสื้อยืด ลูกจีนรักชาติ ขายดิบขายดีจนผลิตไม่พอขาย

    นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ ยังมีอีกหลายกรณีที่เกี่ยวกับปัญหาการทุจริต คอรัปชั่น ของรัฐบาลที่แกนนำฯ นำมาเปิดเผย จนกลายเป็นเผือกร้อนให้กับรัฐบาล เช่น กรณีเขาพระวิหาร

    บรรดาแกนนำเวลานี้เปรียบได้กับ "ดารา" ที่มีแฟนคลับติดตามมาฟังถึงขอบเวที ป้ายเชียร์สารพัดจากชุมชนทั่วประเทศ พวกเขามีวิธีบริหารจัดการอย่างไรจึงมัดใจคนดู สร้างเครือข่ายแฟนคลับไปทั่วประเทศ และทำให้เอเอสทีวีกลายเป็นโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมที่ร้อนแรงมากที่สุดในเวลานี้...เชิญติดตาม

  • เปลือย ปตท. กระชากหน้ากาก พลังงาน เพื่อใคร?

    นิตยสาร POSITIONING ฉบับนี้ กำลังทำสิ่งที่ท้าทายอีกครั้ง กับการขุดคุ้ยเบื้องลึก เบื้องหลังว่า อะไรคือ ชนวนปัญหาราคาน้ำมัน ที่ทำคนไทยต้องเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส

    ขณะที่ปัญหาราคาน้ำมันแพงกระฉูดแบบฉุดไม่อยู่ ส่งผลกระทบกันถ้วนหน้า แต่ ปตท. องค์กรที่รับผิดชอบด้านพลังงานของชาติ ซึ่งใช้สโลแกนว่า "พลังงานไทยเพื่อไทย" กลับมีรายได้ และผลกำไรเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หุ้นของ ปตท. นั้นอยู่ระดับ "บลูชิป" ยิ่งผู้ถือหุ้นและผู้บริหารด้วยแล้ว ได้รับผลตอบแทนร่ำรวยกันถ้วนหน้า

    ปัญหาราคาน้ำมันยังไม่จบ คนไทยกลับต้องเจอปัญหาขาดแคลนก๊าซ LPG ไม่ต่างจากที่เกิดกับก๊าซ NGV อะไรคือเบื้องหลังการประกาศลอยตัวก๊าซ LPG พลังงานทางเลือกที่ทำให้คนไทยต้องอยู่ในภาวะ "หนีเสือปะจระเข้"

    POSITIONING ฉบับนี้ จะถอดรหัส เปิดสูตรลับ การคิดราคาน้ำมัน ปตท. จำเป็นหรือไม่ที่ ปตท. ต้องอิงราคาน้ำมันกับตลาดในสิงคโปร์ อะไรคือเบื้องหลังของปัญหาเหล่านี้

    ใครคือเจ้าของตัวจริงของ ปตท. และเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจาก ปตท.

    ยิ่งไปกว่านั้น ชนวนสำคัญของเรื่องนี้ยังเกี่ยวกับกรณีเขาพระวิหารขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ที่ทำให้ "นพดล ปัทมะ" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต้องยอมยื่นใบลาออก หลังจากที่โดนกระแสสังคมกดดัน และศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัย ว่า การลงนามของนพดลนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 180

    แม้นพดลจะไขก๊อกลาออกไปแล้ว แต่ปัญหาใช่ว่าจะสิ้นสุด ประเทศไทยยังคงต้องเผชิญกับผลกระทบที่กำลังตามมา จากการที่ไทยต้องสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียดินแดนและอธิปไตย

    เบื้องหลังที่ทำให้ไทยต้องสูญเสียถึงเพียงนี้ เป็นเพราะอะไร ?

    ทำไม ทักษิณ - ปตท. - เขาพระวิหาร - กัมพูชา - เกาะกง จึงมาเกี่ยวข้องกันได้

    ทั้งหมดนี้ เรามีคำตอบ...


    ฉบับนี้จะพาออกนอกประเทศ ไปค้นหาคำตอบและแง่มุมใหม่ที่ได้งานจากอีเวนต์ระดับโลก เริ่มจากเมืองคานส์ ที่ได้ คุณวิทวัส ชัยปาณี นายกสมาคมธุรกิจโฆษณา และคุณธนา เธียรอัจฉริยะ แห่งดีแทค พาไปดูโฆษณาโดนๆ และเหตุการณ์เด่นๆ ถึงเมืองคานส์

    ออกจากเมืองคานส์ บินมาที่จีน คุณต่อ สันติสิริ พาไปดู 798 โรงงานผลิตอาวุธ ในจีน ที่แปลงสภาพกลายเป็นศูนย์ดีไซน์เซ็นเตอร์ สุดฮอตของเมืองปักกิ่ง ประเทศจีน ถ้าใครไปโอลิมปิก

    ไปเกาะขอบสนามดูเทศกาลฟุตบอลยูโร 2008 กับการเป็นเจ้าภาพครั้งแรกของสวิตเซอร์แลนด์ และตามติดแบรนด์ดังในอีเวนต์นี้

    บินกลับแถบเอเชียอีกครั้ง ไปยังสิงคโปร์ ดูมือถือรุ่นใหม่ๆ ในงานโนเกีย ที่จัดประกบ CommuniAsia อีเวนต์ด้านสื่อสารโทรคมนาคม ระดับภูมิภาค ที่สิงคโปร์จัดต่อเนื่องมาเกือบยี่สิบปี

    นี่คือ ชนวนสำคัญที่เกิดขึ้นในไทย และ Big Event จากต่างประเทศทั่วทุกมุมโลก ที่ผู้อ่านจะพลาดไม่ได้

  • ผู้ทรงอิทธิพล 2008 : กับจุดยืนประเทศไทย

                    นิตยสาร POSITIONING ฉบับเดือนมิถุนายน 2551 จะเป็นฉบับที่เราดำเนินมาครบรอบ 4 ปี ถ้าเปรียบเป็นคนก็ยังเป็นเด็กเล็กๆ ที่เพิ่งหัดเรียนรู้  

                    เป็น 4 ปีแห่งการเรียนรู้ ที่ยังคงมุ่งตอบสนองความต้องการของผู้อ่านให้ได้มากที่สุด และพร้อมก้าวขึ้นสู่ปีที่ 5 ด้วย "จุดยืน" อันมั่นคง กับการเกาะติด และอรรถาธิบายปรากฏการณ์ทางสังคมธุรกิจของไทยในทุกมิติ  

    ในโอกาสพิเศษเช่นนี้ นิตยสาร POSITIONING นำเสนอสกู๊ปพิเศษ "ผู้ทรงอิทธิพล ปี 2008" โดยเลือกสรรบุคคลที่มีบทบาท และอิทธิพลต่อความเป็นไปของสังคมไทย ในแต่ละด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง บันเทิง นักคิด นักเขียน สื่อ

    บางคนในที่นี้ไม่เคยให้สัมภาษณ์ที่ไหนมาก่อน ขณะที่อีกหลายคน แม้เรื่องราวของเขาจะถูกนำเสนอมาแล้ว แต่ก็ยังมีอีกแง่มุมที่น่าสนใจและเรียนรู้ได้เสมอ

    หลายคนมีบทบาทต่อสังคมไทยอย่างเข้มข้น และต้องถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์กับการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทย ที่กำลังมาถึงจุดหัวเลี้ยวหัวต่อ เพราะเวลานี้คนไทยจำนวนมากอาจยังไม่รู้ และไม่เข้าใจว่าประเทศไทยกำลังเดินอยู่ระหว่างทาง 2 แพร่ง 

    เป็นทาง 2 แพร่งระหว่างการล่มสลายของระบอบทักษิณ หรือการที่ประเทศไทยจะเปลี่ยนไปสู่ระบอบสาธารณรัฐ เป็นเดิมพันอันใหญ่หลวงนัก

    มีการยืนยันว่า Republic of Thailand เป็นขบวนการที่ทำอย่างเป็นระบบ และหลายรูปแบบ ผ่านสื่อ เว็บไซต์ นิตยสาร หรือแม้แต่กรณีของ จักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีสายล่อฟ้า ที่ถูกฆ่าตัดตอนไปเรียบร้อยแล้ว  

    เกี่ยวข้องโดยตรงต่อการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ประกาศให้การชุมนุมที่เริ่มขึ้นเมื่อ 25 พฤษภาคม เป็น "สงครามครั้งสุดท้าย" ที่ไม่ใช่แค่การต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อพวกพ้องในระบอกทักษิณเท่านั้น หากเป็นการต่อสู้กระบวนการเปลี่ยนแปลงชาติไทย ไปสู่ระบอบสาธารณรัฐ

    เราเชื่อมั่นว่า สกู๊ป Republic or Kingdom of Thailand ? จะเป็นการถอดรหัส และไขปริศนาจุดยืนของไทย กับทาง 2 แพร่งที่กำลังเป็นไปอยู่ในเวลานี้

     

    ส่วนสกู๊ปธุรกิจการตลาดฉบับนี้ มาเกาะติดขอบสนามฟุตบอล "ยูโร" อีกหนึ่งในรายการ ที่คนไทยคลั่งไคล้ เพื่อศึกษากรณี ยูโร 2008 ที่อาร์เอส ผู้ซื้อลิขสิทธิ์ อาจต้องเหนื่อยกับสปอนเซอร์ที่ไม่เข้าเป้า และสินค้าไทยจำนวนมากหันไปใช้ กลยุทธ์การตลาด "ฟรี ไรเดอร์" ไม่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์แม้แต่บาทเดียว แต่ก็เกาะเกี่ยวไปกับบอลยูโรได้

    การติดตามเรื่องราวเหล่านี้ ผู้อ่านสามารถติดตามได้ทั้งในแมกกาซีน และบนเว็บไซต์ www.positioningmag.com ซึ่งถือกำเนิดมาพร้อมๆ กับตัวแมกกาซีนเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ภายใต้แนวคิดของการเป็นมัลติมีเดีย แมกกาซีน

    เราเชื่อว่าการตอบสนองพฤติกรรมของผู้อ่านไม่ได้จำกัดอยู่บนหน้ากระดาษ แต่สามารถเลือกอ่านและดูได้จากข้อมูล ภาพและเสียงจากเว็บไซต์

    วันนี้เรากำลังก้าวไปอีกขั้น กับ "คลิปวิดีโอ" เพื่อให้กับผู้อ่านได้เต็มอิ่มกับการรวบรวม คลิปวิดีโองานอีเวนต์เปิดตัวสินค้าและบริการ และกิจกรรมเปิดตัวแคมเปญตลาด บทสัมภาษณ์จากคนในสกู๊ปเหล่านี้

    นี่คือ อีกหนึ่งจุดยืนของการเป็น "มัลติมีเดีย แมกกาซีน" ที่ทีมงานเราดำเนินไปอย่างเข้มข้น

  • Local Brand Hero

               

                ในอดีตการที่โลคัลแบรนด์ หรือแบรนด์ที่ถือกำเนิดในไทย จะก้าวขึ้นมาเอาชนะบรรดาแบรนด์จากนอก หรือ Interbrand ที่เข้ามาบุกตลาดในไทยคงเป็นเรื่องยาก หรือแทบเป็นไปไม่ได้

                อินเตอร์แบรนด์เหล่านี้ มีทั้งความพร้อมในเรื่องเงินทุน ประสบการณ์ เคยทำตลาดมาในหลายประเทศ มีข้อมูลลูกค้า มีโนว์ฮาวที่เคยทำมาก่อน โอกาสที่โลคัลแบรนด์จะทาบรัศมีแทบมองไม่เห็นทาง

                9 แบรนด์ไทย ที่คัดเลือกมานำเสนอในฉบับนี้ จะเป็นกรณีศึกษาของแบรนด์ไทยแท้ๆ ที่ไล่ล่าความสำเร็จ ช่วงชิงชัยชนะจากคู่แข่งที่เป็นแบรนด์นอกมาได้ จนแบรนด์นอกต้องปรับกลยุทธ์ เพื่อสู้รบกับโลคัลแบรนด์ทุกรูปแบบ

                จนกระทั่งมีนักการตลาดบางคนตั้งข้อสังเกตว่า ตลาดไทยถือเป็นตลาดเซียน หลายแบรนด์ที่เคยสำเร็จในหลายประเทศมาแล้วทั่วโลก กลับต้องมาตกม้าตายกับตลาดไทย มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ

                คำกล่าวนี้จะจริงเท็จเพียงใด ติดตามได้สกู๊ปปกฉบับนี้  

                และถ้าจะให้ดี ต้องถามลูกค้าโออิชิ จิบกาแฟในร้านทรูคอฟฟี่ แปรงฟันด้วยยาสีฟันสมุนไพรดอกบัวคู่ ดื่มน้ำสิงห์ 

    เช่นเคย พบกับ Feature เกาะกระแสธุรกิจการตลาด ในคอลัมน์ Insight ฉบับนี้ มาพบกับ การถอดรหัสว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ กล้องโลโม กล้องเก่าแก่จากรัสเซีย ที่ใช้เทคโนโลยีดั้งเดิม  สามารถกลับมาสร้างความนิยมในหมู่วัยรุ่น และทำให้ตลาดฟิล์มไม่สูญสลายไปอย่างที่คาดไว้ แถมยังได้กลายเป็นสัญลักษณ์ให้กับหลายแบรนด์นำมาใช้ในการสร้างแบรนด์ผ่านวัยรุ่น

    พบกับ การเจาะลึก การสร้างแบรนด์ผ่าน อีเวนต์ "วิ่งคบเพลิงโอลิมปิก" ของไทย ที่จะส่งต่อไปยังประเทศจีน เจ้าภาพโอลิมปิกฉบับนี้ ซึ่งถือเป็นเพียง "จุดเริ่มต้น" สปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง ครั้งใหญ่ ประจำปีนี้ ที่เราเคยโฟกัส Trend นี้ไว้แล้ว ในฉบับเดือนมกราคมที่ผ่านมา

    คอลัมน์ @work ฉบับนี้ ไปพบกับ 4 หนุ่มไทยโกอินเตอร์ สามารถเข้าทำงานต่างประเทศ อยู่ในองค์กรระดับโลก กูเกิล ยาฮู โอกีวี และเอไอจี แต่กว่าจะมีวันนี้ พวกเขาต้องฝ่าด่านอรหันต์ ต้องศึกษา

    เป็นที่น่ายินดีที่สกู๊ปปก "จุดเปลี่ยนทีวีไทย" ฉบับเดือนเมษายน ที่นำเสนอไป กลายเป็นประเด็นร้อนได้รับความสนใจของคนอ่าน หลายคนบ่นว่าหาซื้อไม่ทัน โดยเฉพาะแวดวงสื่อ มีเดียเอเยนซี่ เจ้าของสินค้า ที่ต่างหาซื้อไว้เพื่อศึกษาหาความรู้  

     เพราะกฎหมายที่เปิดให้เคเบิลทีวีสามารถโฆษณาได้ ไม่เพียงแต่จะมีผู้เล่นใหม่ๆ ในตลาดทีวีดาวเทียม และยังส่งผลให้ฟรีทีวีทั้ง 6 ช่องต้องปรับตัวขนานใหญ่ ส่วนโฉมหน้าใหม่จะเป็นเช่นใด คงต้องติดตามตอนต่อไป

    Posted May 09 2008, 11:11 PM by pairoh with no comments
    Filed under: , , ,
  • จุดเปลี่ยนทีวีไทย

    ได้เจอรุ่นน้องนักข่าวโทรทัศน์สายการเมืองคนหนึ่งมาบอกว่าเธอกำลังย้ายตัวเองไปทำงานให้กับสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง 

    เป็นการย้ายงานที่เธอบอกว่า เป็นช่วงที่เธอและเพื่อนๆ มีโอกาสเลือกหลายทาง นอกจากสถานีโทรทัศน์ช่องดังกล่าวแล้วยังมีฟรีทีวีช่องอื่นๆ และทีวีดาวเทียมของค่ายมีเดีย ออฟ มีเดียส์ ที่เตรียมบุกเบิกช่องข่าวเร็วๆ นี้

    นับเป็นความคึกคักของคนข่าวทีวี ผลมาจากนโยบายของภาครัฐ ที่ให้ "ทีไอทีวี" ถูกเปลี่ยนมาเป็นโทรทัศน์สาธารณะ "ไทยพีบีเอส" ไม่ต้องมีโฆษณา พึ่งพาเฉพาะเงินภาษีล้วนๆ   ส่วนช่อง 11 ก็เปลี่ยนมาเป็น NBT ที่มีรายการข่าวและสาระ โดยมีโฆษณาได้แต่ต้องโฆษณาภาพลักษณ์องค์กรเท่านั้น 

    ทำให้คนข่าวทีวีอย่างเธอและเพื่อนๆ รวมถึงอดีตคนข่าวไอทีวี กลายเป็นที่ต้องการของทั้งฟรีทีวี เคเบิลทีวี และโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมที่กำลังขยายพื้นที่ข่าว จนเชื่อได้ว่า "ข่าว" จะเป็นสมรภูมิใหม่บนหน้าจอทีวีที่นับจากนี้จะมีการช่วงชิงคนดูกันอย่างหนัก

    สำหรับแวดวงฟรีทีวีที่มองข้ามไม่ได้ก็คือ การยกเครื่ององค์กรของสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 ที่กำลังโดนช่อง 3 ไล่กวดมาติดๆ ทำให้คุณแดง สุรางค์ เปรมปรีดิ์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแม่วิก 7 สี  เจ้าของประโยคทองที่ว่า "ละครยิ่งเน่า คนก็ยิ่งดู กำลังต้องถูกจับตามองว่าจะลงเอยอย่างไร

    นับเป็นความยากลำบากและการแข่งขันของธุรกิจฟรีทีวีที่กำลังเข้มข้นขึ้น แม้จะเป็นเบอร์ 1 แต่หากเปลี่ยนแปลงตัวเองไม่ทันกับสถานการณ์ โอกาสหล่นจากบัลลังก์ได้ง่ายๆ 

    ใช่แต่ฟรีทีวีที่ต้องจับตา เวลานี้ "เคเบิลทีวี" กำลังมาถึงจุดเปลี่ยนชนิดที่ตาต้องไม่กะพริบ เมื่อกฎหมายวิทยุและโทรทัศน์ ปี 2551 เปิดโอกาสให้เคเบิลทีวีมีโฆษณาได้ ถือว่าการ "ปลดล็อก"ครั้งสำคัญที่ไม่เพียงจะทำให้มีผู้ผลิตรายการ จำนวนคนดู ในแวดวงโฆษณาก็ต้องเปลี่ยนแปลง

    ความหลากหลายของรูปแบบรายการ เคเบิลทีวี และโทรทัศน์ผ่าวดาวเทียม จะทำให้สื่อเหล่านี้กลายเป็นสื่อทางเลือกใหม่ให้กับสินค้าและบริการที่ต้องการสื่อถึงลูกค้าเฉพาะกลุ่มได้ดียิ่งขึ้น เจาะจงทั้งไลฟ์สไตล์ความชอบ หรือจะเลือกเจาะจงกลุ่มคนดูได้ตามพื้นที่ ในแต่ละภูมิภาค

    แทนที่จะลงโฆษณาในฟรีทีวีที่ต้องควักเงินนาทีละหลายแสน ก็เลือกลงในช่องเคเบิลทีวี หรือทีวีดาวเทียม แม้จะคนดูจะไม่ Mass เท่ากับฟรีทีวี แต่ใช้งบโฆษณาน้อยกว่า เหมาะกับสินค้าที่ต้องการไปยังกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง และเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อ และมีความสนใจเฉพาะเจาะจง นี่คือข้อดีของเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม

    ใช่แค่ กฎหมายใหม่ แต่เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างอินเทอร์เน็ตทีวี  ก็เป็นอีกพลังที่ทำให้ "ทำนบ" ของธุรกิจทีวี ซึ่งเคยปิดกั้นอยู่กับผู้ประกอบการไม่กี่รายพังทลายลง เปิดโอกาสให้ การกระโดดเข้าสู่ธุรกิจทีวีของผู้ผลิตหน้าเก่าและหน้าใหม่ๆ ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป รวมทั้งสินค้าและบริการก็สามารถเป็นเจ้าของช่องรายการ และสถานีโทรทัศน์ได้เช่นกัน

     ถือเป็นจุดเปลี่ยนทีวีครั้งยิ่งใหญ่ที่ต้องจับตา  

  • Social Networking

    เวลานี้ถ้าใครไม่เล่น hi5 คงต้องเรียกว่า "เชย" มีการประเมินกันแล้ว มีคนไทยเล่น hi5 ไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านคน (หลังจากปิดต้นฉบับยอดอาจเพิ่มมากกว่านี้แล้ว) ข่าวล่าสุดยังแจ้งอีกว่า คนไทยเข้าเว็บ hi5 มากที่สุด แซงหน้า Google ซึ่งเคยครองอันดับ 1 ไปแล้ว

    ถึงกับมีการแบ่งการใช้ชีวิตในแต่ละวันของคนเมืองเวลานี้ ออกเป็น 4 ช่วง คือ กิน พักผ่อน ทำงาน เวลาที่เหลือเป็นของ hi5   

    เพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งที่เล่น hi5 เป็นเพราะรู้สึกว่าไม่ได้อยู่คนเดียว มีเพื่อนอยู่ด้วยตลอดเวลา พอว่างก็เข้าไปโพสต์รูป เขียนทักทาย หรือคอมเมนต์เพื่อนๆ เป็นเครือข่ายที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ มีเพื่อนใหม่ๆ มาให้รู้จัก และบางครั้งไปเจอเพื่อน หรือแฟนเก่าสมัยเรียนประถมหรือมัธยม ก็มาเจอกันใน hi5  

    ใช่จะมีเฉพาะวัยรุ่นเท่านั้นที่นิยม hi5 หลายคนที่เล่นเป็นคนทำงาน เป็นผู้บริหาร ดูอย่างคุณ "นพพร วิฑูรชาติ" ซีอีโอ สยามฟิวเจอร์ดีเวลลอปเม้นท์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์ ก็เล่น hi5 มา 3 ปี คุณนพพร เล่าว่า ส่วนใหญ่เล่นกับลูกน้องในที่ทำงาน และเพื่อนที่สนิทกันจริงๆ 

    ที่น่าสนใจก็ คือ อาการฮิตติด hi5 ไปโดนใจนักการตลาด นักโฆษณาเข้าอย่างจัง ด้วยโปรไฟล์ข้อมูล อายุ เพศ การศึกษา เป็นข้อมูลพื้นฐานชั้นดีให้กับสินค้าและบริการ และเครือข่ายสังคมแบบ hi5 สามารถสร้างความสัมพันธ์จากเพื่อนสู่เพื่อน เป็นพลังของเครือข่าย เกิดขึ้นกับโลกยุค Social Networking

    เว็บไซต์ hi5 หรือ Facebook เป็นตัวอย่างของพลังเครือข่าย Social Networking ที่กำลังมาแรงมาก นักการตลาดและนักธุรกิจต้องตามให้ทัน ยังไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมองหาโอกาสได้มากกว่ากัน

    บางธุรกิจที่มีลูกค้ามากๆ เป็นหลักล้านราย ก็สามารถสร้าง Social Networking ขึ้นเอง เช่น กลุ่มทรู สร้างเว็บมินิโฮม เครือข่ายให้ลูกค้าแสดงตัวตน โดยได้ไอเดียมาจากเกาหลี หรือแฮปปี้ไว้รัส ของดีแทค ที่สร้างเครือข่ายเด็กมัธยม ก็เป็นอีกกรณีศึกษาที่น่าสนใจของการสร้าง Social Networking เป็นของตัวเอง  

    POSITIONING ฉบับนี้ เราไม่เพียงวิเคราะห์ Social Networking ทุกแง่ ทุกมุม ชนิดที่สาวก hi5 ต้องไม่พลาด ทางนิตยสารยังได้จัดสัมมนาให้ผู้อ่านและผู้ที่สนใจได้รับรู้ถึงแง่มุมต่างๆ ในการทำตลาดในยุค Social Networking โดยมีผู้เชี่ยวชาญ โฆษณาออนไลน์ เจ้าของแบรนด์สินค้า ตลอดจนนักวิชาการ มาถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ให้ฟังกัน ในวันที่ 19 มีนาคม เป็นสัมมนาฟรี แต่ต้องเข้าไปลงทะเบียนที่เว็บไซต์ http://www.positioningmag.com/seminar/ 

    มาค้นหาคำตอบได้ทั้งบนแผงหนังสือ และในงานสัมมนา 19 มีนาคมนี้ พบกันค่ะ

  • ความคิดใหม่

     

    ถ้าเปรียบระยะเวลาในการวางยุทธศาสตร์ “Convergence” ของทรู คอร์ปอเรชั่น เป็นบันได 10 ขั้น ศุภชัย เจียรวนนท์ ซีอีโอ ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด บอกว่า เวลานี้ทรูอยู่บันไดขั้นที่ 3 ยังเหลืออีก 7 ขั้นที่ต้องไต่ขึ้นไป

    แม้จะเดินไม่ถึงครึ่งทาง แต่ไม่มีสักครั้งที่ ศุภชัย ไม่มั่นใจกับเส้นทางสาย Convergence ยิ่งมาเห็นผลที่ได้รับจากรายการเรียลลิตี้ อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย หรือ AF ที่ใช้กลยุทธ์ Convergence เต็มสูตร ให้ผู้ชม ดู โทร โหลด โหวต แชท ผ่านบริการของทรู ก็ยิ่งตอกย้ำความมั่นใจของเขายิ่งขึ้นไปอีก ศุภชัย เป็นลูกชายคนกลางจากลูกชายหญิงทั้งหมด 5 คน ของธนินท์ เจียรวนนท์ ซีอีโอกลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี ที่เข้ามาร่วมงานในกลุ่มทรูสมัยยังใช้ชื่อเทเลคอมเอเซีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ทีเอ

    หลังฝากผลงานนำทีเอฝ่าคลื่นลมมรสุมวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 สามารถเจรจาประนอมหนี้หลายหมื่นล้านบาทสำเร็จ เขาได้ก้าวขึ้นเป็นซีอีโอเต็มตัว และลงมือปรับองค์กรจากทีเอมาเป็นทรู เปลี่ยนมุมมองการทำธุรกิจใหม่ จากองค์กรที่มองเรื่องเทคโนโลยี หรือโครงสร้างพื้นฐาน ก็เปลี่ยนไปเป็นองค์กรที่มองเรื่องไลฟ์สไตล์ลูกค้าเป็นสำคัญ พูดง่ายๆ แทนที่จะคิดว่าจะขายแค่โทรศัพท์พื้นฐาน โทรศัพท์มือถือ หรือขายอินเทอร์เน็ต ก็เปลี่ยนวิธีคิดใหม่ว่า มองไปที่ไลฟ์สไตล์ลูกค้า และนำเสนอบริการให้ตรงกับความต้องการและการใช้ชีวิต โดยที่ลูกค้าไม่ต้องรู้ว่าบริโภคเทคโนโลยีหรือบริการอะไร

    เขาเชื่อว่า นี่คือจุดแตกต่างที่จะทำให้ทรูเหนือกว่าคู่แข่ง และ Convergence ก็คือคำตอบที่จะตอบสนองไลฟ์สไตล์เหล่านี้ได้ ผลก็คือ ทรูไม่ต้องวิ่งแข่งบนเส้นทางเดิมๆ ที่มีคู่แข่งอย่างเอไอเอส หรือดีแทค เป็นผู้เล่นหลักในสนามอยู่แล้ว ถ้าเป็นภาษาการตลาด ก็เป็นเรียกว่าการแข่งในทะเลสีเลือด หรือ Red Ocean เปลี่ยนมาสร้างตลาดใหม่ โดยทรูเป็นผู้กำหนดเกมเอง เล่นเอง แบบไร้คู่แข่ง ในน่านน้ำสีคราม Blue Ocean

    ยิ่งไปกว่านั้น การจะทำคอนเวอร์เจนซ์ให้ได้ผล ต้องมีบริการครบเครื่อง มีโทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์มือถือ หรืออินเทอร์เน็ต รวมทั้ง Content หรือเนื้อหา มาเติมเต็มความต้องการในเรื่องการบริโภคความบันเทิง ข้อมูล ข่าวสาร และขยายผลไปถึงการสร้างชุมชน ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการทำตลาดยุคนี้ที่ต้องมีแฟนคลับ เหมือนอย่างที่ AF ทำสำเร็จมาแล้ว นี่คือ สาเหตุที่ทำไมทรูจึงต้องมีธุรกิจเคเบิลทีวีเป็นของตัวเอง และอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ทรูตัดสินใจควักเงินซื้อหุ้นของยูบีซีทั้งหมดจากผู้ถือหุ้นต่างชาติ

    ใครก็ตามที่สนใจเรื่องราวของธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม และกลยุทธ์การ Convergence ที่กำลังเป็นคัมภีร์บทใหม่ทางธุรกิจ และยังขยายผลไปยังธุรกิจอื่นๆ ที่ใช้กลยุทธ์ Convergence ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ จึงไม่ควรพลาด กับการค้นหาความหมายที่แท้จริงธุรกิจ ทรูวิชั่นส์ กับการเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของกลยุทธ์ Convergence ที่ทรู คอร์ปอเรชั่นเป็นผู้กำหนดเอง เชื่อว่านี่คืออีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าติดตาม

  • Thailand trends 2008

    "ปีนี้เผาหลอก ปีหน้าเผาจริง" เป็นคำพูดยอดฮิต ที่สะท้อนถึงความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจของเมืองไทยเวลานี้ ที่กำลังประสบกับปัญหารอบด้าน น้ำมันขึ้นราคา เงินบาทแข็งค่า ปัญหาการเมืองก็ยังไม่นิ่ง จนเกิดการคาดหมายว่า เศรษฐกิจในปี 2551 อาจจะย่ำแย่กว่าปี 2550

    แต่ไม่ว่าจะเผาจริง หรือเผาหลอก Positioning ฉบับนี้ เราหาคำตอบมาให้ผู้อ่านในหลายแง่มุม ตั้งแต่การทำนายเกี่ยวกับชะตาเมือง และสถานการณ์ทางการเมือง โดยโสรัจจะ นวลอยู่, หมอนิด- กิจจา ทวีกุลกิจ 2 โหรดังของเมืองไทย ที่เคยพิสูจน์ความแม่นยำมาแล้วหลายๆ เรื่องใน Positioning ฉบับมกราคม 2550 ที่ผ่านมา

    ต้องยอมรับว่า โหราศาสตร์ เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งที่มีความลี้ลับ แต่ก็มีตรรกะอยู่ในตัวเอง และไม่ว่าคำทำนายจะเป็นอย่างไร ดีหรือร้ายก็ตาม ก็เป็นการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับทุกเหตุการณ์

    นอกจากการคาดการณ์ในเชิงโหราศาสตร์ การวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญ ระดับแกนนำขององค์กรในอุตสาหกรรมแขนงต่างๆ ก็สามารถสะท้อนภาพรวมของเศรษฐกิจของไทยในปีหน้าได้อย่างน่าสนใจ ค่าเงินบาท

    ที่พลาดไม่ได้ ก็คือ Trend การตลาดใหม่ที่น่าจับตาสำหรับ ปี 2008 ที่จะให้ข้อสรุปเกี่ยวกับ กลยุทธการตลาดแบบไหน เครื่องมือการตลาดประเภทใด ผู้บริโภคกลุ่มไหน พฤติกรรมผู้บริโภคในปีหน้าจะเป็นอย่างไร อะไรคือกุญแจความสำเร็จที่น่าสนใจที่เป็นคำตอบให้กับนักธุรกิจในปีหน้า

    ข้อสรุปหนึ่งได้จากผู้บริหาร และนักการตลาดที่มีความเห็นคล้ายๆกัน ก็คือ การทำตลาดลูกค้าคนไทยไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว เรียกว่าเป็น ตลาดปราบเซียนของนัการตลาดมานักต่อนัก สินค้าบางประเภท ทำยอดขายถล่มทลายมาแล้วในหลายๆ ประเทศ แต่กลับต้องตกม้าตายที่เมืองไทย ในขณะที่สินค้าบางชนิดไม่เคยทำตลาดมาก่อน แต่กลับแจ้งเกิดได้ชั่วข้ามคืน

    สกู๊ปพิเศษนำเสนอเรื่องราวเกี่ยว Trend 2008 Positioning ฉบับต้อนรับปีใหม่ เดือนมกราคม จึงสะท้อนถึงมุมมอง แนวโน้มที่สภาวะเศรษฐกิจในภาพกว้าง และเจาะลึกถึงพฤติกรรมผู้บริโภค น่าจะเป็น "ข้อมูล" ที่สำคัญ เตรียมพร้อมของนักธุรกิจที่จะรู้ว่าจุดยืนของคุณ และธุรกิจจะอยู่ ณ.จุดไหน

    ที่ลืมไม่ได้ การมองโลกแง่บวก จะช่วยให้ทุกปัญหาผ่านพ้นไปได้ ขอทุกท่านโชคดีปีใหม่

    ไพเราะ เลิศวิราม

    Posted Jan 02 2008, 07:40 PM by pairoh with no comments
    Filed under: ,
  • 80 พรรษา มหาราชัน

     

    ภาพของพสกนิกรไทยมาเฝ้ารอรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินออกจากโรงพยาบาลศิริราช ไปประทับที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน เป็นอีกหนึ่งในเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงความจงรักภักดีของประชาชนที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างหาที่สุดมิได้

    ประชาชนจำนวนมากเดินทางมารอเฝ้ารอรับเสด็จ ตั้งแต่คืนของวันที่ 6 พฤศจิกายน จนถึงเช้าของวันที่ 7 พฤศจิกายน บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความปีติ ที่ได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระอาการประชวร ในฉลองพระองค์เชิ้ตคอจีนสีชมพูอ่อน ทับด้วยฉลองพระองค์สูทสีชมพู ทรงมีพระพักตร์สดใส แย้มพระสรวลให้กับประชาชนที่มารอเฝ้ารับเสด็จ

    ด้วยความที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นศูนย์รวมของชาวไทยทุกคน เปรียบดังพ่อของแผ่นดิน พสกนิกรขาวไทยจึงแสดงความจงรักภักดี ด้วยการพร้อมใจกันสวมเสื้อสีชมพูทุกวันอังคาร และในโอกาสสำคัญ เพื่อเทิดพระเกียรติ และเพื่อให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนานและทรงมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงตลอดไป

    ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ ประชาชนชาวไทยทุกคนร่วมใจกันถวายพระพร ขอให้พระองค์ทรงเป็นองค์พระมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยไปตราบนานเท่านาน

    ทีมงานนิตยสาร POSITIONING ร่วมเฉลิมพระเกียรติ ด้วยการถ่ายทอดเรื่องราวพระราชประวัติ ตลอดจนพระราชกรณียกิจ โครงการพระราชดำริ พระอัจฉริยภาพ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นการแสดงถึงความจงรักภักดีที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของปวงชนชาวไทย

    ในโอกาสนี้ขอขอบคุณหน่วยงานต่างๆ กองข่าวสำนักราชเลขาธิการ สำนักพระราชวังและ ฝ่ายเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้อง ที่ให้ความร่วมมือในการนำภาพและเรื่องราวต่างๆ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคลครั้งนี้


  • ชัวร์ หรือ มั่วนิ่ม

    มีข้อถกเถียงเสมอมาว่า คุณค่าและความสำเร็จที่แท้จริงของ "สื่อ หรือ Media" ขึ้นอยู่กับสิ่งใด ระหว่างการสร้างสรรค์เนื้อหาดีๆ หรือการมีโฆษณาเต็มทุกหน้า หลายคนอาจบอกว่า ต้องมีทั้งสองอย่าง ขณะที่บางคนบอกว่า ถ้าเนื้อหาดี โฆษณาก็มาเอง

    แต่ในโลกความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น บางฉบับเนื้อหาดี คนอ่าน และคนดูชื่นชอบ แต่โฆษณากลับขายไม่ได้

    ต้องมาดูที่มาของรายได้ของอุตสาหกรรมสื่อในบ้านเรา ทั้งทีวี สิ่งพิมพ์ ต้องพึ่งพารายได้จากการหา "โฆษณา" เป็นหลัก ไม่สามารถอยู่รอดได้ด้วยยอดขายเพียงอย่างเดียว ถึงจะมีก็น้อยรายนัก

    การทำนิตยสารทุกวันนี้ จึงไม่ต่างไปจาก "สินค้า" ที่แม้คุณภาพของสินค้าดีอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีการตลาดมาช่วยสร้างให้คนจดจำแบรนด์ของหนังสือให้เป็นที่รู้จัก ติดหูติดตา เพราะมีผลต่อการวัด "เรตติ้ง" ความนิยม

    กลไกการซื้อโฆษณาของสินค้าและบริการ จะเลือกใช้บริการ "มีเดียเอเยนซี่" ทำหน้าที่วางแผนสื่อโฆษณาให้ตรงกับลูกค้าเป้าหมายให้ได้มากที่สุด

    มีเดียเอเยนซี่ และเจ้าของสินค้าและบริการที่ซื้อโฆษณา มักยึดผลสำรวจเรตติ้งสื่อของ "เอซี นีลเส็น" บริษัทสำรวจเรตติ้งสื่อข้ามชาติ ที่ผูกขาดธุรกิจนี้เพียงรายเดียว ใช้ประกอบการตัดสินใจ เพื่อใช้อ้างอิงกับลูกค้าได้ว่า การเลือกนั้นมีข้อมูล หรือสถิติมารองรับจากตัวกลาง ไม่ได้เกิดจากความพอใจส่วนตัว

    การอยู่รอดของสื่อต่างๆ จึงต้องพึ่งพาผลสำรวจเรตติ้งสื่อของ "เอซี นีลเส็น" มาเป็นตัวชี้ชะตา รายการไหน หนังสือพิมพ์ หรือนิตยสารฉบับใด แม้เนื้อหาดี แต่ถ้าไม่ติดสำรวจของเอซี นีลเส็น หรือเรตติ้งไม่ดี โฆษณาก็ไม่เข้า ก็ต้องปิดตัวไปโดยปริยาย มีน้อยฉบับที่อยู่รอดได้โดยไม่ต้องพึ่งโฆษณา แต่ต้องหากลยุทธ์การตลาดอันแยบยลมาใช้วัดผล

    ท่ามกลางความเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่สามารถชี้เป็นชี้ตายให้กับสื่อ กลับมีคำถามเกิดขึ้นตลอดเวลาว่า ผลสำรวจของ "เอซี นีลเส็น" ถูกต้องกกนถและเที่ยงธรรมเพียงใด

    คำถามนี้เคยทะลุถึงจุดเดือด เมื่อบริษัทอินนิชิเอทีฟ และไอทีวี เคยออกโรงพาเอเยนซี่ และสื่อมวลชนไปพิสูจน์ถึงบ้านของกลุ่มตัวอย่างมาแล้ว จนนำไปสู่การประมูลคัดเลือกผู้สำรวจเรตติ้งทีวีรายใหม่

    แม้ว่า เอซี นีลเส็นจะคว้าชัยชนะและผูกขาดความเป็นผู้ทรงอิทธิพลต่อสื่อและโฆษณามาได้จนถึงทุกวันนี้ แต่ยังคงมีคำถามถึงความถูกต้องของผลสำรวจเรตติ้ง จากเจ้าของสื่อและมีเดียเอเยนซี่อยู่ตลอดเวลา เพราะหลายครั้งที่ผลสำรวจนั้นผิดไปจากข้อเท็จจริงอย่างน่าตกใจ

    ถึงเวลาหรือยังที่เอซี นีลเส็นจะต้องหาคำตอบให้ได้ว่า จุดอ่อนของการสำรวจมาจากกลุ่มตัวอย่างที่มีขนาดเล็กเกินไปจนไม่สามารถสะท้อนภาพรวมได้จริง

    แบบสอบถามที่ขาดความชัดเจน จนไม่สามารถได้คำตอบที่แท้จริง

    เอซี นีลเส็น ช้าไปหรือไม่ กับการเปลี่ยนแปลงของสื่อใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยตลอดเวลา

    ถึงเวลาหรือยังที่ เอซี นีลเส็น ต้องหาคำตอบให้ตัวเองว่า ไม่เหมาะผู้สำรวจเรตติ้งสื่อ แต่เหมาะสำหรับการเป็นผู้สำรวจความนิยมคอนซูเมอร์โปรดักส์เท่านั้น

    และกับคำถามที่ว่า เอซี นีลเส็น ซื้อได้จริงหรือ

    มาค้นหาคำตอบกับคำถามเหล่านี้ได้จาก สกู๊ปปก POSITIONING ฉบับนี้


    ใครคือสุดยอด 50 Young Executives ปี 2008 พบคำตอบได้ในฉบับนี้ และพิเศษสุดกับบทสัมภาษณ์แบบเจาะลึก ผู้บริหารรุ่นใหม่ทั้ง 8 คน พวกเขาและเธอต่างผ่านประสบการณ์เรียนรู้ การทำงาน และการใช้ชีวิต ที่สะท้อนถึงสังคมไทยยุคใหม่ได้อย่างน่าสนใจ

    ไพเราะ เลิศวิราม

    pairoh@positioningmag.com


  • อิทธิพลใหม่

     

    ไม่ต้องมีผังรายการ ไม่ต้องจ่ายค่าเวลา มีแต่เพียงกล้องวิดีโอ โทรศัพท์มือถือ หรือกล้องดิจิตอล และคอมพิวเตอร์ ทุกคนก็สามารถเป็นเจ้าของรายการของตัวเองได้

    เหมือนกับ 2 หนุ่มจีน ทำท่าร้องเพลงแบบลิปซิงค์ ถ่ายทอดลงในเว็บ YouTube วิดีโอที่ถ่ายทำในห้องพักของเขาทั้งสอง Forward กันดูทั่วโลก

    จากหนุ่มนักศึกษาธรรมดาๆ กลายเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับบริษัทน้ำอัดลมของโลก สร้างความดังเพียงชั่วข้ามคืน

    สองหนุ่มจีน เป็นแค่ตัวอย่างเดียวของ "ปรากฏการณ์ YouTube" เว็บไซต์ วิดีโอออนไลน์ที่ได้ชื่อว่าโด่งดังที่สุดในโลกเวลานี้

    ยังมีเรื่องราวต่างๆ อีกมากมาย ในโลกของ "วิดีโอคลิป" ที่กำลังทรงอิทธิพลใหม่ในโลกของการเสพข้อมูล เมื่อเราสามารถเรียนเคล็ดลับการเล่นกีตาร์ ไปจนถึงวิธีทำอาหารไทย หรือมวยไทย หรือแม้แต่มารยาทการกินซูชิ

    หรือหาความบันเทิงแบบย้อนยุค เสิร์ชหาการ์ตูนโดราเอม่อนชุดเก่าๆ หรือชมคอนเสิร์ต ย้อนยุคของมาดอนน่า ฟังจากเกมไฟนอลแฟนตาซีที่แพร่ระบาดไปทั่วอินเทอร์เน็ต กลายเป็นความบันเทิงแบบไร้กรอบ ไร้พรมแดน โดยไม่มีเส้นแบ่งทางวัฒนธรรม

    ในเชิงความเป็นสื่อใหม่ เว็บไซต์วิดีโอคลิปได้ทลายกำแพงการปิดกั้นสื่อ เมื่อเราสามารถได้ภาพของผู้สื่อข่าวชาวญี่ปุ่นที่ถูกยิงตายกลางถนน ระหว่างเหตุการณ์การประท้วงเรียกร้องเสรีภาพของพระ และประชาชนในพม่า ที่ถูกนำมาเผยแพร่บนเว็บไซต์ เป็นภาพที่หาไม่ได้จากทีวีปกติ

    ล่าสุด สถานีข่าว อัล จาชีรา เซ็นสัญญาเปิดให้บริการสถานีข่าวบน เว็บไซต์ YouTube เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้บริการแก่ผู้ชมทั่วทุกมุมโลก

    ที่สำคัญ จะเกิดอะไรขึ้นกับมูลค่าการตลาดและเม็ดเงินโฆษณา ของทีวีกระแสหลักในอนาคต? เมื่อโฆษณาหันมาใช้ "วิดีโอคลิป" เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร ได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย และต่อยอดไปยังกิจกรรมอื่นๆ

    เป็นความท้าทายใหม่ที่ "ทีวี" ต้องเผชิญ อย่างไม่เคยมีมาก่อน

    ต้องไม่พลาดกับ สกู๊ปพิเศษ วิเคราะห์เจาะลึก อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ "สยามแสควร์" ยังคงมนตร์เสน่ห์ของการเป็นแหล่งช้อปปิ้งวัยรุ่นจนถึงทุกวันนี้ แม้จะเวลาจะผ่านมาแล้วถึง 40 ปีแล้วก็ตาม

    ทุกวันนี้ สยาม มีร้านที่ได้ชื่อว่า Trendy ที่สุด จนถึงร้านที่เก่าแก่ที่สุด ตอบสนองตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงรุ่นใหญ่ ยังสามารถดึงดูดให้แบรนด์ ใหญ่ อย่าง โตโยต้า และทรู และบิ๊กแบรนด์อีกจำนวนมาก เข้ามาใช้พื้นที่ของการสร้างแบรนด์ได้อย่างน่าสนใจ

    การที่ 6 บริษัทเอกชนที่ได้ชื่อว่า ร่ำรวยที่สุดของเมืองไทย เสนอตัวเข้าช่วงชิงสัมปทานผู้พัฒนา "เซ็นเตอร์พ้อยท์" จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเปิดให้ประมูลใหม่ คงบอกได้ดีถึงความสำคัญของพื้นที่แห่งนี้

    อนาคตของเซ็นเตอร์พ้อยท์กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าไปเป็น "ดิจิตอล ซิตี้" แหล่งรวมอุปกรณ์ไฮเทค ซึ่งคอนเซ็ปต์ใหม่ที่ทำให้ เสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี คว้าชัยชนะมาในครั้งนี้

    การพลิกโฉมเซ็นเตอร์พ้อยท์ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของโฉมใหม่ใหญ่ของสยามสแควร์ ที่จะถูกพัฒนาให้กลายเป็นวอล์กกิ้ง สตรีทมอลล์ ของเมืองไทย กำลังเกิดขึ้นในเร็ววันนี้

    เมื่อถึงเวลานั้น เราจะเห็นโฉมหน้าใหม่ในรอบ 40 กว่าปีของสยามสแควร์ และการเป็นพื้นที่ในการสร้างแบรนด์ดังที่สำคัญของไทยและต่างประเทศ

    สกู๊ปทั้งสองชิ้นนี้ จึงเป็นการสะท้อนภาพที่เกิดขึ้นกับธุรกิจไทย และอิทธิพลใหม่ของสังคมไทยอย่างน่าติดตาม


    ไพเราะ เลิศวิราม

    pairoh@positioningmag.com

  • บาทแข็ง - โลกร้อน : เรื่องที่คนไทยต้องรู้

               วิเคราะห์เจาะลึกกับปัญหาเงินบาทแข็งค่า เศรษฐกิจระดับมหภาค ที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ส่งกระทบต่อคนไทยทุกคนควรต้องรู้ และรับมือกับปัญหานี้ได้อย่างไร คนไทยส่วนใหญ่ที่ผ่านเหตุการณ์วิกฤตเศรษฐกิจ อาจคุ้นเคยกับ “ค่าบาทอ่อน” สมัยวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 รัฐบาลประกาศลอยตัวค่าเงินบาท ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวลง จาก 25 บาทมาเป็น 40 บาท บริษัทที่กู้ยืมเงินต่างประเทศจึงแทบกระอัก หลายแห่งต้องขายกิจการ ต้องปิดบริษัท หรือต้องตัดอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต เหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลให้คนตกงานกันถ้วนหน้า เป็นบาดแผลที่คนยังจดจำได้ดี  
              

     ผ่านไป 10 ปี ปัญหาค่าเงินกลับมาใหม่ แต่คราวนี้เป็น “บาทแข็ง” ที่มีสาเหตุแตกต่างไปจากเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ถึงคราวของผู้ส่งออกของไทย ที่ทำรายได้ให้ประเทศมากกว่าครึ่งของรายได้ การท่องเที่ยวซบเซา นักท่องเที่ยวหายไปจากเมืองไทย เศรษฐกิจที่ชะงักงันอยู่ในเวลานี้ 
              

    สกู๊ปเรื่องนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้รู้ที่มาของปัญหาค่าเงินบาท และแนวทางแก้ไขของ แบงก์ชาติกับการเยียวยา “พิษเงินบาท” ใช้ ได้ผลเพียงใด หากแต่ยังให้เห็นด้วยว่าในวิกฤตย่อมมีโอกา