<?xml version="1.0" encoding="UTF-8" ?>
<?xml-stylesheet type="text/xsl" href="http://blog.positioningmag.com/utility/FeedStylesheets/rss.xsl" media="screen"?><rss version="2.0" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/" xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"><channel><title>Editor&amp;#39;s Note - All Comments</title><link>http://blog.positioningmag.com/blogs/editorsnote/default.aspx</link><description /><dc:language>en</dc:language><generator>CommunityServer 2007 SP1 (Debug Build: 20510.895)</generator><item><title>re: Social Networking  </title><link>http://blog.positioningmag.com/blogs/editorsnote/archive/2008/03/11/social-networking.aspx#861</link><pubDate>Thu, 08 May 2008 02:24:04 GMT</pubDate><guid isPermaLink="false">dcfb4ced-521e-45fb-8eca-bc35355819ff:861</guid><dc:creator>myFri3nd</dc:creator><description>&lt;p&gt;ลองเล่นของคนไทยบ้างซิ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;..จะได้ไม่ตกเทรนด์ รับรองของคนไทยไม่แพ้ของนอกหรอก&lt;/p&gt;
&lt;img src="http://blog.positioningmag.com/aggbug.aspx?PostID=861" width="1" height="1"&gt;</description></item><item><title>re: จุดเปลี่ยนทีวีไทย</title><link>http://blog.positioningmag.com/blogs/editorsnote/archive/2008/04/08/807.aspx#818</link><pubDate>Wed, 09 Apr 2008 05:09:22 GMT</pubDate><guid isPermaLink="false">dcfb4ced-521e-45fb-8eca-bc35355819ff:818</guid><dc:creator>Roytavan</dc:creator><description>&lt;p&gt;...ปัจจุบันนี้ &amp;nbsp;คนไทยที่มีความรู้ส่วนใหญ่ก็มักจะติดตั้งเคเบิ้ลทีวี เพราะทิศทางการเสนอข่าวทาง Internet (นอกเครือข่ายของ Host ที่อยู่ในประเทศไทย ) และ Cable TV มีความเที่ยงตรงมากกว่า ขอบอกตรง ๆค่ะว่าไม่เคยดูข่าวไทยจาก TV ไทยเลย เพราะรู้สึกเบื่อ และทิศทางข่าวมักจะไทงเดียวกันหมด &amp;nbsp; นอกจากนี้ นักข่าวรุ่นใหม่ ๆ เท่าที่เห็นและได้สัมผัส &amp;nbsp;มักใช้วิธีลอกข่าวแล้วนำมา Revise ใหม่...ทั้งที่บางครั้งตัวเองก็ไม่ได้ไปทำข่าวนั้นเอง...เป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับสถาบันสื่อมวลชน &amp;nbsp;นอกจากนี้ บางครั้งก็เขียนจากความรู้สึกหรือคาดการณ์โดยขาดแหล่งข้อมูลอ้างอิงเพื่อนำมาวิเคราะห์ &amp;nbsp;... นี่คือความจริงของวงการข่าวในขณะนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt; &amp;nbsp;การพัฒนาประเทศและเยาวชนจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องเปิดเสรีให้กับ TV และสื่อมวลชนทุกแขนง &amp;nbsp;โดยเฉพาะสื่อด้าน &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;IT นอกจากนี้ต้องส่งเสริมเด็กไทยรุ่นใหม่ ๆ ให้ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันให้เป็นภาษาที่ 2 ให้ได้ &amp;nbsp;ไม่เช่นนั้นคนรุ่นใหม่ของเราจะล้าหลังไม่สามารถอ่านข่างหรือฟังข่าวและสิ่งต่าง ๆจากทั่วโลกได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนเรื่องของ...กทช...และพรบ.ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข่าวสารต้องเปิดกว้างใช้วิสัยทัศน์มุมมองแบบ Positive ในการกำหนดบทบัญญัติ ไม่ใช่ใช้ความคิดแบบพวก Conservative มาใช้...เวลาที่เรามานั่งอ่านบทบัญญัติทั้งหลายอันเกี่ยวข้องกับ...การเผยแพร่ข่าวสาร....เห็นแล้วก็ต้องกับมานั่งตั้งคำถาม...เขาเข้าใจเรื่องสิทธิและเสรีภาพของสื่อมวลชนจริงไหม...? หากสังเกตุให้ดีแม้ รัฐธรรมนุญฉบับปี 2550 นี่บางเรื่องกฎหมายลูกก็แย่...เช่น บทกำหนดเกี่ยวกับผู้ไปขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งนอกเขต...เป็นต้น..&lt;/p&gt;
&lt;p&gt; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ลองหันไปมองเกาหลีใต้ปัจจุบันคนเกาหลีพัฒนามากก้าวเราหลายเท่าตัว &amp;nbsp;สาเหตุ Cable TV มีมากกว่า 500 ช่อง &amp;nbsp;ส่วน TV Online มีแทบทุกช่อง &amp;nbsp;ทั้ง KBS MBC &amp;nbsp;TBS &amp;nbsp;SBS ARIRANG &amp;nbsp;ect... ล้วนแต่ Global ทั้งสิ้น &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;...อย่างไรก็ตามก็ต้องขอฝากเรื่องวิธีการในการทำข่าวของสื่อมวลชน &amp;nbsp; จรรยาบรรณของสื่อมวลชนทุกแขนงด้วย ว่าต้องพัฒนาคุณภาพของคนทำข่าวควบคู่ไปกับ การพัฒนาระบบ TV ทั้ง Cable และ Internet เช่นกัน...&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขอฝากข้อคิดเตือนใจที่ดีให้กับคนบนเส้นทางนี้ด้วยค่ะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;...วาทะแห่งท่านซิงหยุนต้าซือ...(เตือนใจสำหรับนักเขียน)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วาทะแห่งท่านซิงหยุนต้าซือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;.....คำพูดที่ไม่ไว้หน้า...&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไว้เกียรติ &amp;nbsp; ไว้ศักดิ์ศรี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประดุจมีดที่ปลิดชีพได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทำลายซึ่งอนาคตที่สดใสรุ่งโรจน์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อีกทั้งชีวิตอันงดงามแห่งวัยรุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไปอย่างไม่เหลือเศษ.....&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;...อักษรคำพูดสามารถพัดเป็นลม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อันอบอุ่นแห่งฤดูใบไม้ผลิ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่ก็สามารถตกเป็นหิมะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่ทวีคูณความหนาวเหน็บในเหมันต์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเปิดโปงความลับคนอื่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การปลุกระดมสร้างความแตกแยก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยการป้อนความคิดที่เป็นอริให้กับมวลชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำพูดคำหนึ่งสามารถสร้างชาติได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำพูดคำหนึ่งก็สามารถ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทำให้ชื่อเสียงศักดิ์ศรีของคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เสื่อมเสียและพังทลาย....&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;.....คนที่ไม่มีศีลธรรมในใจนั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไม่ต่างไปจากซากศพที่เดินได้...&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;....คน....เสมือนเกาะที่จมอยู่ในทะเลขยะ...&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;...แห่งกิเลสและความโลภ.....&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;...อาตมาเคยกล่าวไว้ว่า...&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;.... “ถ้าหากปลายปากกาของสื่อมวลชนมีศีลธรรม...&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก็สามารถฉุดช่วยไต้หวันได้ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;...และถ้าหากปากของผู้คนมีศีลธรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไม่กล่าวคำพูดที่ขัดต่อสามัญสำนึก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก็สามารถฉุดช่วยตัวเองได้”.....&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำพูดคำวิจารณ์หรือบทความ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่ไม่ตรงกับความจริงขัดต่อศีลธรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไม่เพียงแต่จะทำให้ผู้ตกเป็นเหยื่อ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หรือเป้าหมายโจมตีเสียหาย เสียเปรียบ...&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เสียศักดิ์ศรีถูกเหยียบย่ำทำลาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อีกทั้งยังก่อให้เกิดกระแส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แห่งความมืดมนขึ้นในสังคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่จะทำให้ผู้คนท้อแท้และสูญเสียกำลังใจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่จะเป็นคนดีต่อไปในสังคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การแถลงข้อมูลที่บิดเบือนความจริง.....&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทำให้สังคมที่เดิมผู้คนห่างเหินกันอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยิ่งทวีความแตกแยกยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และทำให้โลกที่เต็มไปด้วยความยากเย็นใบนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;...ยิ่งหนาวเหน็บขึ้นเป็นทวีคูณ....&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Venerable Master Hsing Yun of Fo Guang Shan&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;...วาทะนี้ผู้เขียนได้คัดลอกเก็บไว้นานกว่า 10 ปี เป็นวาทะที่ใช้เตือนใจสำหรับผู้ที่ใช้ชื่อว่า &amp;nbsp;&amp;quot;นักเขียน&amp;quot; &amp;nbsp;...เพราะคมใดก็ไม่คมเท่าคมปากกา...เพราะ...ปลายปากกาของท่านสามารถฆ่าคนได้...ตราบจนถึงประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณ...ยากนักที่จักลบเลือนได้...&amp;quot;นักเขียน&amp;quot;...จึงเป็นอาชีพที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในสังคม...เพราะทุกอักษรที่จารึกลงบนแผ่นกระดาษนั้น &amp;nbsp;ล้วนเป็นอักษรในประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้วยความเคารพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กาญจน์มุนี &amp;nbsp;ศรีวิศาลภพ (ร้อยตะวัน)&lt;/p&gt;
&lt;img src="http://blog.positioningmag.com/aggbug.aspx?PostID=818" width="1" height="1"&gt;</description></item><item><title>re: ชัวร์ หรือ มั่วนิ่ม </title><link>http://blog.positioningmag.com/blogs/editorsnote/archive/2007/11/15/521.aspx#663</link><pubDate>Thu, 27 Dec 2007 02:18:05 GMT</pubDate><guid isPermaLink="false">dcfb4ced-521e-45fb-8eca-bc35355819ff:663</guid><dc:creator>auntja2000</dc:creator><description>&lt;p&gt;จริง ครับเห็นด้วย มันเป็นกลยุทธการตลาดซ้อนอยู่กับตัวสินค้าหรืออื่นๆ อีกที่หนึ่งซึ่งคนโดยทั่วๆ มักจะมองข้ามไปหรือจะมองไม่เห็นแม้กระทั่งตัวเจ้าของสินค้าเอง หรือตัวแทนโฆษณา เนื่องจากจุดมุ่งมุ่งหมายของงานและความพอใจสูงสุดของลูกค้า มันจะตอบโดยตัวมันเองอยู่แล้วว่าต้องการสำรวจอะไร หรือหาอะไร&lt;/p&gt;
&lt;img src="http://blog.positioningmag.com/aggbug.aspx?PostID=663" width="1" height="1"&gt;</description></item><item><title>re: ชัวร์ หรือ มั่วนิ่ม </title><link>http://blog.positioningmag.com/blogs/editorsnote/archive/2007/11/15/521.aspx#522</link><pubDate>Sun, 18 Nov 2007 13:49:42 GMT</pubDate><guid isPermaLink="false">dcfb4ced-521e-45fb-8eca-bc35355819ff:522</guid><dc:creator>PrInCEssOfDeViL</dc:creator><description>&lt;p&gt; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ดิฉันเคยเข้าไปสมัครงานที่บริษัทนี้ จากการชักชวนของอาจารย์ในโรงเรียน แต่เมื่อได้เข้าไปทำงานกับบริษัทนี้ เป็นเวลาเกือบ 2 ปี กลับพบข้อเทจจริงหลายอย่างที่น่าข้องใจ &lt;/p&gt;
&lt;p&gt; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;งานทุกๆชิ้น ก่อนวันเริ่มงาน 1 วัน มีการบรีฟงานว่าจะมีลำดับการสัมภาษณ์อะไรก่อนหลัง วิธีการชักชวนให้ลูกค้าให้สัมภาษณ์ &amp;nbsp;วิธีการทำอย่างไรให้ลูกค้าไม่เกิดอาหารเบื่อหน่าย การถามคำถามที่กระชับและเข้าใจง่าย คำถามเปิดและปิด ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ก้อไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลอะไรมากมายนัก ส่วนใหญ่พนักงานสัมภาษณ์จะเขียนบางคำที่ลูกค้าตอบด้วยดินสอ สั้นๆ สำหรับคำถามแบบเปิด แล้วเมื่อเสร็จงานจะมาเรียบเรียงให้เป็นประโยคยาวๆด้วยปากกาอีกทีหนึ่ง ซึ่งก้อสังเกตุได้ว่าทำแบบนี้กันทุกคน บางงานถ้าทำสักสองสามวัน พนักงานก้อจะข้ามบางคำถามไป เพราะลูกค้าส่วนใหญ่จะตอบเหมือนๆกัน แล้วมาเขียนเองภายหลัง บางข้อถ้าลืมถามหรือถามข้ามไป ก็จะมาเขียนมั่วๆกันเอง แต่ละงานจะมีหัวหน้าไปคอยคุม 1 คน หัวหน้าจะเป็นผู้กำหนดว่าวันหนึ่งๆพนักงานคนไหนจะต้องสัมภาษณ์ให้ได้กี่คน งานบางชิ้น จะให้พนักงานหาลูกค้ามาก่อนแล้วจะมีการสุ่มโทรกลับไปเช็คว่าข้อมูลที่พนักงานสัมภาษณ์มานั้น &amp;nbsp;ดิฉันเคยลองให้ญาติเป็นลูกค้าดิฉันในงานสำรวจตลาดของผ้าอ้อมยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งคุณสมบัติของญาติดิฉันไม่ตรงตามที่ บ.ต้องการเลย แต่เราก็เตี๋ยมกันเรียบร้อย เผื่อมีการสุ่มโทรไป แล้วก็มีการสุ่มโทรไปจริงๆ แต่จับดิฉันไม่ได้หรอก เพราะดิฉันได้ทำการเตี๊ยมกับญาติไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปรากฎว่างานชิ้นนี้ญาติดิฉันก็ได้ผ้าอ้อมไปทดลองใช้ฟรีๆ 2 โหล และดิฉันเองก็ได้ค่าจ้างอีก 500 บาท แต่ได้มาทราบในภายหลังว่า เขตอื่นที่ทำงานชิ้นนี้ได้ค่าจ้างชิ้นละ 700 ก็มี จึงทำให้ดิฉันรู้ว่าอัตราค่าจ้างงานแต่ละชิ้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับบ. แต่กลับขึ้นอยู่กับหัวหน้างานของแต่ละสายว่า จะหักเข้ากระเป๋าตัวเองกี่บาท แล้วจะเหลือให้ลูกน้องกี่บาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บางงาน เช่นงานสำรวจตลาดบุหรี่ เมื่อหาลูกค้าตามใบเควสชั่นแนร์แล้ว ผ่านขั้นตอนการสุ่มโทรเรียบร้อยแล้ว จะให้ลูกค้ามาให้สัมภาษณ์ที่ตึกบาราคูด้า ซึ่งงานนี้ก้อทำให้ดิฉันได้พบกับอีกกลยุทธิ์หนึ่งของพนักงานที่นี่ คือ มีการเกณฑ์คนที่ะมาเป็นลูกค้าที่มาจากที่ๆเดียวกัน เช่นวินมอร์เตอร์ไซค์ (บุหรี่ที่ทำการสำรวจคือ มาร์โบโร่ และ แอลเอ็ม แต่โดยปกติลูกค้าที่มีอาชีพขี่มอร์เตอร์ไซค์วินจะไม่ค่อยสูบ ซึ่งอันนี้ก็ไม่ตรงคุณสมัติบัติอยู่แล้ว) แต่พนักงานที่พาลูกค้ามากลับเขียนในใบสัมภาษณ์ว่า ทำอาชีพอิสระบ้าง ทำอาชีพรับจ้างบ้าง เป็นพนักงานบ้าง แล้วก็ให้ลูกค้านั่งแท๊กซี่มาพร้อมกัน &amp;nbsp;โดยจ่ายค่าแท๊กซี่และค่าทางด่วนให้ และลูกค้าจะได้บุหรี่เป็นค่าตอบแทนในการมาให้สัมภาษณ์ &amp;nbsp;1 ซอง พอให้สัมภาษณ์เสร็จก็จ่ายค่ารถกลับให้ แต่ลูกค้าจะไม่ทราบเลยว่า งานนี้มีการจ่ายค่าตอบแทนให้กับลูกค้าเป็นจำนวณเงินคนละ 200 บาทด้วย &lt;/p&gt;
&lt;p&gt; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บางงานจะเป็นงานที่หัวหน้าไม่ค่อยจะแจกจ่ายให้ลูกน้องทำสักเท่าไหร่ เช่นงานสำรวจตลาดพิซซ่า แต่งานแบบนี้ไม่ได้ให้พนักงานไปสำรวจลูกค้าของพิซซ่านะค่ะ แต่ให้พนักงานไปสำรวจพนักงานของพิซซ่าอีกทีหนึ่ง หัวหน้าจะได้รับใบสั่งให้ไปทานอาหารอะไรบ้าง &amp;nbsp;วันใด เวลาใด สาขาใด แล้วจะมีใบให้ประเมินสาขานั้นๆโดยมีคำถามให้พนักงานคอยสังเกตุแล้วนำมาเขียน &amp;nbsp;โดยไม่ให้แสดงตัวให้พนักงานสาขานั้นๆทราบว่าเรามาประเมิน &amp;nbsp;โดยบ.จะจ่ายค่าอาหาร ค่ารถให้เสร็จสรรพ งานนี้พวกพนักงานจึงเรียกว่างานกินฟรี แต่แปลกจากการสอบถามกัน ไม่ค่อยมีพนักงานคนไหนได้รับงานนี้ เพราะหัวหน้าจะไปกินกันเอง หรือไม่ก็ให้เพื่อนฝูงญาติมิตรไปกิน แล้วมาเขียนใบประเมินมั่วๆเอาเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt; &amp;nbsp; &amp;nbsp; งานสุดท้าย และท้ายสุด เป็นงานที่ดิฉันไม่เต็มใจที่จะทำนัก แต่หัวหน้าบอกว่าทำไปเถอะเดือนนี้ไม่ค่อยมีงาน คือ งานเดินสัมภาษณ์ตามบ้าน อารมณ์จะประมาณคล้ายๆเซลส์แมนขายของตามบ้าน หัวหน้าจะมีเขตมาให้เราเลือกว่าเราจะเลือกลงสัมภาษณ์เขตไหน พอเลือกแล้วก็จะมีแผนที่อย่างละเอียดอีกทีหนึ่งมาให้ ในแผนที่จะระบุเลยว่า เราต้องไปสัมภาษณ์บ้านหลังไหน โดยปกติจะให้จำนวณบ้านมาเกินกว่าจำนวณโควต้าที่จะต้องสัมภาษณ์เผื่อไม่มีคนอยู่บ้าน หรือลูกค้าไม่สะดวกจะให้สัมภาษณ์ &amp;nbsp;ก่อนเริ่มงานหนึ่งวันก็มีการบริฟงานตามปกติ วันเริ่มงานวันแรก เนื่องจากดิฉัไม่เคยทำงานแบบเดินตามบ้าน หัวหน้าจึงส่งพี่ที่เคยทำมาก่อนมาทำให้ดูเป็นตัวอย่าง 1 หลัง หลังแรกที่พี่เค้าเลือกเป็นร้านตัดผมผู้หญิงค่ะ ซึ่งลูกค้าก็ให้ความร่วมมือดี เสร็จเรียบร้อยพี่เค้าก็กลับ เหลือดิฉันคนเดียว เดินสำรวจดูทั่วๆแล้วไม่มีบ้านหลังไหนที่ระบุเอาไว้ในแผนที่ ที่ดิฉันรู้สึกว่าจะสามารถเข้าไปสัมภาษณ์ได้เลย จนมาเจอกับหลังหนึ่ง อ้อลืมบอกค่ะ งานนี้เป็นงานวิจัยตลาดยาสีฟันค่ะ ดิฉันเห็นว่ามีคนนั่นอยู่บริเวณ์หน้าบ้านจึงได้ถามไปว่า “ขอโทดค่ะ จะรบกวนขอเวลาสักครู๋ สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ยาสีฟันของคุณพี่ได้ไหมค่ะ” ดิฉันได้รับคำตอบมาว่า “กูไม่เคยแปรงฟันเว้ย ...ึงรีบออกไปไกลๆจากบ้าน...ูเลย เด๋วเรียกตำรวจมาจับแ...่ง” พร้อมกับทำท่าจะลุกมาจริงๆ ดิฉันตกใจมาก เลยกลับบ้านเลย วันรุ่งขึ้นกลับไปเล่าให้หัวหน้าฟัง ไม่มีใครให้คำปรึกษาเลย แต่กลับได้รับเป็นเสียงหัวเราะเยาะแทน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เป็นการจากลากับงานประจำที่ดูไม่น่าประทับใจเอาซะเลย แต่ บ.นี้ก็ทำให้ดิฉันรู้และเข้าใจการตลาดมากขึ้นว่า “มันไม่ได้เป็นอย่างที่เราเห็นหรือได้ยิน จริงๆหรอก มันก็แค่การกลยุทธิทางการตลาดอีกรูปแบบหนึ่ง” เท่านั้นเอง&lt;/p&gt;
&lt;img src="http://blog.positioningmag.com/aggbug.aspx?PostID=522" width="1" height="1"&gt;</description></item></channel></rss>