
ด้วยวันเปิดตัว
5 มกราคม
ทำให้มือถือรุ่นใหม่ของกูเกิ้ลที่ชื่อ
Nexus One
เป็นผลิตภัณฑ์ระดับโลกตัวแรกแห่งปี
2010
ซึ่งผู้บริหารกูเกิลคุยว่าเป็น
"superphone"
ด้วยความเร็วซีพียูระดับ
1GHz
และความละเอียดจอระดับ
HD
และความสามารถใหม่ๆอย่างระบบสั่งโทรด้วยเสียง
เรียกดูแผนที่ Google
Earth, Google Map ด้วยเสียง
บอกทางด้วยเสียง และความสามารถ
"1 Click
Youtube" ส่งคลิปขึ้นยูทูบได้ในคลิกเดียว
เป็นต้น โดยรวมแล้วจึงถือได้ว่า
Nexus One
รุ่นนี้ชูจุดเด่นที่การควบคุมด้วยเสียง
แสดงข้อมูลด้วยเสียง
เป็นการสร้างความต่าง (product
differentiate)
ผลิตภัณฑ์ซึ่งยังไม่มีสมาร์ตโฟนแบรนด์อื่นรุ่นอื่นทำมาก่อน
และยังติดต่อกับบริการมากมายของกูเกิ้ลได้ง่าย
จุดเด่นที่แตกต่างอีกอย่างของมือถือรุ่นนี้คือวิธีจัดจำหน่าย
เพราะไม่ส่งวางจำหน่ายตามร้านค้าเหมือนมือถือทั่วไป
แต่ให้สั่งสินค้าผ่านเว็บ
google.com/phone
ซึ่งช่วงแรกนี้ยังให้บริการเฉพาะในสหรัฐอเมริกา
อังกฤษ สิงคโปร์ และฮ่องกง
เท่านั้น
นี่เป็นมือถือตัวแรกของโลกที่สร้างขึ้นและขายเพื่อหวังให้เป็นสื่อโฆษณาไปในตัวด้วย
เพราะการตั้งราคานั้นถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับสเป๊ค
คือหากทำสัญญาทำ T
Mobile 2 ปีราคาเครื่องจะเพียงแค่
179 $ หรือราว
6
พันบาทเท่านั้น
และถ้าซื้อเครื่องที่ไม่ล็อคกับสัญญาของค่ายมือถือ
ก็จะได้ราคา 529
$ หรือราว 18,000
บาทเท่านั้น
นับว่าถูกกว่าสมาร์ทโฟนระดับเดียวกันแบรนด์อื่นๆค่อนข้างมาก
ซึ่งผู้บริหารกูเกิลก็อธิบายว่ากูเกิลยอมลดรายได้จากการขายเครื่องโดยไปมุ่งกับรายได้จากโฆษณาที่แทรกในบริการต่างๆของกูเกิลซึ่งจะปรากฏบนจอมือถือแทรกไปกับทุกแอพลิเคชั่น
มีหลากหลายความเห็นหลังจากการดูถ่ายทอดสดพิธีเปิดตัวของ
Nexus
เช่น ภาณุทัต
เตชะเสน หรือ "หมอจิม"
ที่วิจารณ์ว่ากูเกิลยังขาดการพัฒนา
App
Store
และมือถือรุ่นนี้ก็เน้นใช้งานแอปของกูเกิลเท่านั้นเหมือนไม่สนับสนุนให้มีแอปหลากหลายจากนักพัฒนาภายนอก
ซึ่งสุดท้ายจะทำให้สเปคที่สูงไม่ถูกใช้อย่างเต็มความสามารถเพราะไม่มีนักพัฒนาซอฟต์แวร์ภายนอกแห่กันเขียนแอปให้แบบไอโฟน
ทั้งนี้ภาณุทัตเป็นโปรแกรมเมอร์ไทยผู้พัฒนาซอฟต์แวร์สำคัญๆมาในวงการไอทีมานานถึง
27
ปี ซึ่งหลายปีหลัง
"หมอจิม" เปิดบริษัทพัฒนาแอพบนสมาร์ตโฟนเช่นไอโฟน
ขายไปทั่วโลก
ส่วนเสียงตอบรับจากนักท่องเน็ตไทยที่แลกเปลี่ยนกันทางทวิตเตอร์หลังถ่ายทอดสดงานจบนั้น
มีทั้งคำวิจารณ์ดีไซน์ที่ดูไม่มีเอกลักษณ์และไม่น่าตื่นเต้น
และคำวิจารณ์ระบบจัดจำหน่ายรวมถึงข้อสรุปว่าหากคนไทยอยากใช้คงจะหาได้จาก
"มาบุญครอง" ในฐานะ "เครื่องหิ้ว"
เร็วๆนี้