in

Positioning+Blog

Each person should have one’s own positioning.

Events



  • เปิดเป๊ปซี่ "เปิดโลกสดชื่น"

     

    ก้าวเข้าสู่ปี 2010 ค่ายน้ำดำยักษ์ใหญ่ต่างรุกตลาด งัดกลยุทธ์ให้โดนใจกลุ่มเป้าหมายกันอย่างเต็มที่ และล่าสุดเป๊บซี่ ที่เพิ่ง รีแบรนด์ครั้งใหญ่ ได้ปล่อยแคมเปญภายใต้โกลบอลคอนเซ็ปท์

    "Refresh Your World หรือ เปลี่ยนโลกให้สดชื่น" ออกมากระทุ้งตลาดอีกยก

    นายเอริค กิจจาธนพันธ์ ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มบริษัท เป๊ปซี่ - โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด
    เปิดเผยว่า การเปลี่ยนภาพลักษณ์ครั้งสำคัญนี้เป็นผลมาจากอินไซต์ของผู้บริโภคทั่วโลก ซึ่งชี้ชัดว่าคนรุ่นใหม่

    ในวันนี้แสวงหาความสนุกสนาน ความตื่นเต้น และอิสระในการปลดปล่อยความเป็นตัวของตัวเองแบบไร้ขีดจำกัด

    ในส่วนของกิจกรรมที่ Pepsi ได้วางกลยุทธ์เพื่อใช้ในการส่งเสริมคอนเซ็ปท์ "เปลี่ยนโลกให้สดชื่น" ประกอบด้วย 2 กิจกรรม กิจกรรมแรลลี่ลงพื้นที่แนะนำคอนเซ็ปท์ "เปลี่ยนโลกให้สดชื่น" ซึ่งถือว่าเป็นการปูพรมเพื่อเข้าถึงยังกลุ่มร้านค้าเป็นลูกค้าของเป๊ปซี่ ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และการเข้าร่วมเป็นสปอนเซอร์คอนเสิร์ต

    Big Mountainนับว่าเป็นกิจกรรมที่เป๊ปซี่ต้องการคอนเน็กท์กับกลุ่มวัยรุ่นเป้าหมายอย่างเต็มที่ หลังจากที่เคยใช้จุดรวมวัยรุ่นอย่างสยามสแควร์ เป็นเป้าหมายในการสร้างความน่าสนใจให้กับโลโก้ใหม่ พร้อมด้วยการติดป้ายโฆษณาเชิญชวน ให้กลุ่มวัยรุ่นแถบสยามสแควร์ได้ Refreshกันไปแล้วเกือบเต็มพื้นที่

     
  • ปีแห่งฟุตบอลของ โคคา-โคลา

     

    โค้กประกาศความเป็นจ้าวแห่งฟุตบอล ทุมงบลงทุนกว่า 120 ล้านบาท สนับสนุนกีฬาฟุตบอลอย่างเป็นทางการ จากท้องถิ่นถึงระดับโลก

    กลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในประเทศไทย ซึ่งประกอบไปด้วย

    • บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด

    • บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)

    • บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด

    ประกาศความเป็นผู้นำตัวจริง เปิดตัวกิจกรรมฟุตบอลแห่งปีสุดยิ่งใหญ่ ทุกระดับ ครบทุกอรรถรส ได้แก่ ระดับโลก ซึ่งประกอบด้วย 2 กิจกรรม คือ ฟุตบอลโลกเวิลด์คัพ และ ฟีฟ่า-โทรฟี่ทัวร์ โดยโคคา-โคลา ในระดับประเทศ

    โค้กประกาศเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของไทยพรีเมียร์ลีก และระดับท้องถิ่นฟุตบอลเยาวชนโค้กคัพ ซึ่งจัดทำอย่างต่อเนื่องกว่า 25 ปี

    มร.ฆอเฮ การ์ดูโน ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า

    "ในปีแห่งการแข่งขันฟุตบอลโลกนี้ กลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในประเทศไทย ทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพื่อนำความตื่นเต้นของกีฬาฟุตบอล ในการแข่งขันทุกระดับ เพื่อตอกย้ำจุดยืนของการเป็นผู้นำ ในการสนับสนุนกีฬาฟุตบอลของ "โค้ก" ในประเทศไทย"

  • ตู้แช่ใหม่ “โค้ก”

     

    ไม่ใช่ "ตู้แช่"ธรรมดา แต่เป็นตู้แช่อัตโนมัติรุ่นใหม่ ที่ให้ความเย็นลบ 6 องศา ที่สำคัญเป็นกลยุทธใหม่ของโค้ก ที่ต้องการเข้าถึงแหล่งนิยมของวัยรุ่น เช่น แหล่งช้อปปิ้งตามมหาวิทยาลัย สถานีรถไฟฟ้า

    "โค้ก ซุปเปอร์ชิลล์" เป็นตู้แช่เย็นอัตโนมัติใหม่ล่าสุดของโค้ก ในรูปแบบของตู้หยอดเหรียญ บรรจุโค้กขนาด 500 มล. ให้ความเย็นที่อุณหภูมิลบ 6 องศาเซลเซียส ที่โค้กนำไปเปิดตัวประเทศ เม็กซิโก ฝรั่งเศส อังกฤษ ฮ่องกง และประสบความสำเร็จอย่างดี จึงนำมาเปิดตัวในไทย เพื่อเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่น

    ชนิสา แก้วเรือน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัวตู้แช่อัตโนมัตินวัตกรรมล่าสุด โค้ก ซูปเปอร์ชิลล์" เพื่อเป็นการสร้างจุดเชื่อมโยงแบรนด์ (Brand connection) กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ด้วยทางเลือกการดื่มโค้กในรูปแบบเกล็ดน้ำแข็ง ในอุณภูมิติดลบ 6 องศา เป็นการตอบรับกับแคมเปญการตลาด"เปิดโค้กซ่า เปิดความสุข" หลังจากที่ได้มีการจัดงบลงทุนกว่า 75 ล้านบาท ด้วยการใช้ดนตรีเข้ามาเป็นสื่อกลางในการเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่น โดยแบรนด์แอมบาสซาเดอร์อย่าง"แทททู คัลเลอร์"

    และเพื่อเป็นการตอกย้ำความพร้อม "โค้ก" จึงรุกทำการตลาดอย่างเต็มที่ มุ่งสู่กลุ่มเป้าหมาย วัยรุ่น และกลุ่มวัยเริ่มทำงาน หรือ young adults ด้วยการลงพื้นที่อำนวยความสะดวกในการเลือกดื่มโค้ก สไตล์ใหม่ ในรูปแบบเกล็ดน้ำแข็งจากตู้แช่เย็นอัตโนมัติ "โค้ก ซุปเปอร์ชิลล์" พร้อมด้วยแบรนด์แอมบาสซาเดอร์อย่าง"แทททู คัลเลอร์" บุกไปตามแหล่งช้อปปิ้งต่างๆ มหาวิทยาลัย รวมตู้แช่เย็นอัตโนมัติใหม่ล่าสุดของโค้ก มีชื่อว่า ถึงสถานีรถไฟฟ้า เพื่อเอาใจกลุ่มวัยรุ่นในทุกพื้นที่

  • โทรศัพท์ของกูเกิล โดยกูเกิล เพื่อกูเกิล

     

    ด้วยวันเปิดตัว 5 มกราคม ทำให้มือถือรุ่นใหม่ของกูเกิ้ลที่ชื่อ Nexus One เป็นผลิตภัณฑ์ระดับโลกตัวแรกแห่งปี 2010 ซึ่งผู้บริหารกูเกิลคุยว่าเป็น "superphone" ด้วยความเร็วซีพียูระดับ 1GHz และความละเอียดจอระดับ HD และความสามารถใหม่ๆอย่างระบบสั่งโทรด้วยเสียง เรียกดูแผนที่ Google Earth, Google Map ด้วยเสียง บอกทางด้วยเสียง และความสามารถ "1 Click Youtube" ส่งคลิปขึ้นยูทูบได้ในคลิกเดียว เป็นต้น โดยรวมแล้วจึงถือได้ว่า Nexus One รุ่นนี้ชูจุดเด่นที่การควบคุมด้วยเสียง แสดงข้อมูลด้วยเสียง เป็นการสร้างความต่าง (product differentiate) ผลิตภัณฑ์ซึ่งยังไม่มีสมาร์ตโฟนแบรนด์อื่นรุ่นอื่นทำมาก่อน และยังติดต่อกับบริการมากมายของกูเกิ้ลได้ง่าย

    จุดเด่นที่แตกต่างอีกอย่างของมือถือรุ่นนี้คือวิธีจัดจำหน่าย เพราะไม่ส่งวางจำหน่ายตามร้านค้าเหมือนมือถือทั่วไป แต่ให้สั่งสินค้าผ่านเว็บ google.com/phone ซึ่งช่วงแรกนี้ยังให้บริการเฉพาะในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ สิงคโปร์ และฮ่องกง เท่านั้น

    นี่เป็นมือถือตัวแรกของโลกที่สร้างขึ้นและขายเพื่อหวังให้เป็นสื่อโฆษณาไปในตัวด้วย เพราะการตั้งราคานั้นถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับสเป๊ค คือหากทำสัญญาทำ T Mobile 2 ปีราคาเครื่องจะเพียงแค่ 179 $ หรือราว 6 พันบาทเท่านั้น และถ้าซื้อเครื่องที่ไม่ล็อคกับสัญญาของค่ายมือถือ ก็จะได้ราคา 529 $ หรือราว 18,000 บาทเท่านั้น นับว่าถูกกว่าสมาร์ทโฟนระดับเดียวกันแบรนด์อื่นๆค่อนข้างมาก ซึ่งผู้บริหารกูเกิลก็อธิบายว่ากูเกิลยอมลดรายได้จากการขายเครื่องโดยไปมุ่งกับรายได้จากโฆษณาที่แทรกในบริการต่างๆของกูเกิลซึ่งจะปรากฏบนจอมือถือแทรกไปกับทุกแอพลิเคชั่น

    มีหลากหลายความเห็นหลังจากการดูถ่ายทอดสดพิธีเปิดตัวของ Nexus เช่น ภาณุทัต เตชะเสน หรือ "หมอจิม" ที่วิจารณ์ว่ากูเกิลยังขาดการพัฒนา App Store และมือถือรุ่นนี้ก็เน้นใช้งานแอปของกูเกิลเท่านั้นเหมือนไม่สนับสนุนให้มีแอปหลากหลายจากนักพัฒนาภายนอก ซึ่งสุดท้ายจะทำให้สเปคที่สูงไม่ถูกใช้อย่างเต็มความสามารถเพราะไม่มีนักพัฒนาซอฟต์แวร์ภายนอกแห่กันเขียนแอปให้แบบไอโฟน

    ทั้งนี้ภาณุทัตเป็นโปรแกรมเมอร์ไทยผู้พัฒนาซอฟต์แวร์สำคัญๆมาในวงการไอทีมานานถึง 27 ปี ซึ่งหลายปีหลัง "หมอจิม" เปิดบริษัทพัฒนาแอพบนสมาร์ตโฟนเช่นไอโฟน ขายไปทั่วโลก

    ส่วนเสียงตอบรับจากนักท่องเน็ตไทยที่แลกเปลี่ยนกันทางทวิตเตอร์หลังถ่ายทอดสดงานจบนั้น มีทั้งคำวิจารณ์ดีไซน์ที่ดูไม่มีเอกลักษณ์และไม่น่าตื่นเต้น และคำวิจารณ์ระบบจัดจำหน่ายรวมถึงข้อสรุปว่าหากคนไทยอยากใช้คงจะหาได้จาก "มาบุญครอง" ในฐานะ "เครื่องหิ้ว" เร็วๆนี้

  • “ซิมกันแดด”เจาะสาววัยทำงาน

     

     

    ดีแทค ขอเป็นผู้ให้บริการมือถือรายแรกของปี 2553ในการออกแคมเปญดึงลูกค้าด้วยการออกซิมใหม่ล่าสุดสำหรับบริการพรีเพด "แฮปปี้" "ซิมกันแดด SPF 29 สตางค์" ที่จับกลุ่มลูกค้าผู้หญิงอายุ 25-35 ปี

    ทำไมผู้หญิงวัยทำงานกลุ่มนี้จึงเป็นความหวังแรกของปีดีแทค? "เกษชญง สกาวรัตนานนท์" ผู้อำนวยการอาวุโสกลุ่มธุรกิจพรีเพด ดีแทค บอกว่า พราะผู้หญิงกลุ่มนี้มีกำลังซื้อ เป็นวัยทำงาน พร้อมจ่ายไม่อั้น เป็น Micro Segmentation ที่แรงสุดในยุคนี้ โดยเฉพาะในฐานข้อมูลของดีแทค ที่กลุ่มนี้จ่ายค่าโทรสูงสุดเฉลี่ยเดือนละ 266 บาท ขณะที่กลุ่มอื่นอยู่ที่ประมาณ 100-200 บาทต่อเดือน และที่สำคัญยังมีความลอยัลตี้สูง ชอบแล้วใช้นาน

    ชื่อ"ซิมกันแดด" ทั้งที่ไม่ได้กันแดดได้จริง เพราะผู้หญิงกลุ่มนี้คุ้นเคยกับครีมกันแดดอย่างดี จากการซื้อเครื่องสำอางที่ช้อปครั้งละถึง 5 พันบาท ทำให้ตลาดเครื่องสำอางมีเงินหมุนเวียนกว่า 3 หมื่นล้านบาท และโยงไปถึงโปรโมชั่นที่ให้ในการโทรช่วงกลางวัน 6 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็นเป็นหลัก

    กว่าจะออกซิมล่าสุดนี้มาได้ดีแทคใช้เวลาพัฒนา Data Mining ฐานลูกค้า 18 ล้านคนจนพบพฤติกรรมที่หลากหลาย จึงต้องทำตลาดโดยเจาะกลุ่มลูกค้าระดับย่อยมากขึ้น เพราะเทรนด์ตลาดนับจากนี้แค่ Segment ไม่พอ แต่ต้องเข้าใจ และเข้าถึงกลุ่มย่อยลงไปอีกให้ได้

    สีสันการแถลงข่าวนอกจากผู้บริหารจะแต่งหน้าปรับโฉมตามสไตล์ดีแทคแล้ว ยังมีพนักงานและดารามาเดินแฟชั่น ปลุกความคึกคักให้พนักงาน 1,000 คน ก่อนออกไปเดินตามย่านออฟฟิศตลอดทั้งวันอีกด้วย

     
  • แทนที่ สคส. ด้วยSMS MMS และ Facebook

    ปีที่ผ่านไป Facebook และ Twitter แจ้งเกิดในไทยและบูมขึ้นจากผู้ใช้ไม่กี่คนเป็นหลักล้านของเฟซบุ๊คและหลักแสนของทวิตเตอร์ได้อย่างน่าทึ่ง และมีจำนวนไม่น้อยที่ใช้ผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่งพฤติกรรมตัวอย่างที่ชัดเจนยิ่งก็คือช่วงอวยพรส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมา ซึ่งทาง Dtac ได้สำรวจไว้

    ลูกค้า Dtac และ Happy นั้นใช้ Facebook และ Twitter ผ่านโทรศัพท์มือถือเพิ่มกว่าเวลาปกติถึง 80% โดยการเขียน status เป็นคำอวยพร และอัพโหลดรูปภาพทั้ง สคส.และรูปถ่าย รวมถึงส่งอัพโหลดวิดีโอและโพสต์เว็บลิงค์เกี่ยวกับกิจกรรมเคาท์ดาวน์ปีใหม่ โดยใช้งานหนาแน่นที่สุดระหว่างเวลา 21.45 - 22.45 น. ส่วนบริการ BlackBerry Messenger (BBM) มีการใช้งานเพิ่มขึ้นกว่าช่วงเวลาปกติถึง 60%

    ส่วนยอดส่งข้อความสั้น SMS อวยพรปีใหม่ปีนี้เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 21% ซึ่งมีข้อมูลน่าสนใจเช่น ...

    • ช่วงสองวัน 31 ธันวาคม 2552 ถึง 1 มกราคม 2553 มีการส่งข้อความ SMSรวม 60 ล้านข้อความ

    • ช่วงเวลาในการส่งข้อความ SMS มากที่สุดคือระหว่าง 24.00 น. ของวันที่ 31 ธ.ค. 52 ถึง 01.00 น. ของวันที่ 1 ม.ค. 53 โดยมีการส่ง SMS มากถึง 9 ล้านข้อความ

    • นอกจากข้อความแล้ว มีการส่งรูป, อนิเมชั่น, MMS รวม 1 ล้านครั้ง

    Source : ปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโสกลุ่มบริการเสริม บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค


    31 ..47-1 ..48

    31 ธค 48 – 1 มค 49

    31 ธค 49 – 1 มค 50

    31 ธค 50 – 1 มค 51

    31 ธค 51 – 1 มค 52

    31 ธค 52 – 1 มค 53

    SMS

    12.9 ล้านข้อความ

    21 ล้านข้อความ (+63%)

    29 ล้านข้อความ

    (+38%)

    38 ล้านข้อความ

    (+32%)

    49.95 ล้านข้อความ

    (+31%)

    60 ล้านข้อความ

    (+21%)

    MMS

    1.28 แสนข้อความ

    3.6แสนข้อความ

    (+180%)

    5 แสนข้อความ

    (+38%)

    6.8 แสนข้อความ

    (+36%)

    8.8 แสนข้อความ

    (+29%)

    1 ล้านข้อความ

    (+14%)

  • เป๊ปซี่ยึดสยาม! รีแบรนด์ใหญ่

     

       

      

    หลังจาก Pepsi ที่อเมริการีแบรนด์ไปก่อนหน้า ก็ได้เวลาของประเทศไทย เริ่มด้วยการ pre-launch ก่อนเปิดตัวโลโก้ใหม่และเริ่มรีแบรนด์ครั้งใหญ่อย่างเป็นทางการ โดยใช้สยามสแควร์เป็นชัยภูมิแรกด้วยการขึ้นป้ายทุกจุดสำคัญที่ดึงดูดสายตาผู้คนได้ ส่วนถ้อยคำที่ใช้ก็ล้วนแต่เข้าหาวัยรุ่นและหนุ่มสาว ไม่ว่าจะเป็น Wow หรือ XOXO คำใหม่มาแรงจากซีรี่ส์สุดฮิต "Gossip Girls" ที่วัยรุ่นฮิตกันทั้งโลก

    ความเปลี่ยนแปลงใน look & feel ของตัวแบรนด์ทั้งหมดนี้ ถูกสื่อผ่าน key message ว่า "Refreshing" ส่วนโลโก้ใหม่ก็เป็นทรงกลมพริ้วไหวโดยไม่มีชื่อ Pepsi อย่างเคย ให้ความรู้สึกที่แปลกตาพอสมควร

    ทั่วโลกให้ความสนใจการรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่น้อย ดูได้จากการถูกพูดถึงมากมายในบล็อกและคลิปต่างๆนับร้อยบนใน Youtube ซึ่งมีตัวเด่นๆที่น่าดูอยู่ 2 คลิปนี้


    Pepsi evolution logo


    New Pepsi Logo

  • โค้กย้ำธงเดิม Music Marketing

     

     

           

    ‘โค้ก' โดยกลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในประเทศไทย จัดงบลงทุนกว่า 75 ล้านบาท เปิดแคมเปญระดับโลก "เปิดโค้กซ่า เปิดความสุข" (Open Happiness) สู่ไทยพร้อมกับกิจกรรมการตลาดครบวงจร ใช้ดนตรีเป็นสื่อเข้าถึงวัยรุ่นทั่วประเทศ

    ชนิสา แก้วเรือน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "โค้กมีปรัชญาที่ชัดเจนในการส่งเสริมให้ผู้บริโภคใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ด้วยการมองโลกในแง่ดี และใช้ชีวิตในเชิงบวก จึงเป็นที่มาของแคมเปญระดับโลก ‘เปิดโค้กซ่า เปิดความสุข' หรือ Open Happiness ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างความสุขง่ายๆ ในชีวิตประจำวันให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มวัยรุ่นซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของเรา ผ่านเครื่องดื่มโค้กที่เย็นซ่าสดชื่นเพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกสดชื่นผ่อนคลาย พร้อมที่จะก้าวผ่านความวุ่นวาย ความเหนื่อยล้า และความเครียดที่รบกวนจิตใจในชีวิตประจำวัน" พร้อมยังเปิดตัว "แทททู คัลเลอร์" เป็นแคมเปญแอมบาสซาเดอร์ในไทย

    ‘เปิดโค้กซ่า เปิดความสุข' เป็นภาคต่อของแคมเปญระดับโลก ‘Coke Side of Life' ซึ่งเปิดตัวในเมืองไทยเมื่อปี 2550 ในชื่อ ‘เลือกโค้ก..ด้านดีๆ ของชีวิต' โดยแคมเปญใหม่นี้มีจุดเด่นที่แตกต่าง คือ การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างผู้บริโภคและโค้กให้ใกล้ชิดกันมากขึ้นโดยสื่อผ่านมิวสิคแพลทฟอร์ม และกระตุ้นให้ผู้บริโภคเปิดโค้กแล้วเปิดรับความสุขมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความประทับใจในเชิงบวกกับแบรนด์โค้ก กับเสริมแคมเปญด้วยสื่อออนไลน์ที่ www.icoke.co.th

    โค้กทำ music marketing มานานหลายทศวรรษ ทั้งในระดับโลกและในประเทศไทย อาทิ โค้ก มิวสิค อวอร์ด แคมเปญดนตรีระดับตำนานของไทย รวมถึง เดอะ สตาร์ และล่าสุดก็คือแคมเปญ เปิดโค้กซ่า เปิดความสุข ที่จัดเป็นแคมเปญยิ่งใหญ่โดยจะมีกิจกรรมการตลาด เตรียมงบกว่า 75 ล้านบาท ในการเปิดตัวและจัดทำกิจกรรมการตลาด รวมถึงมิวสิคแอคติเวชั่น ครบวงจรสำหรับ ‘แคมเปญเปิดโค้กซ่า เปิดความสุข' เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคในทุกภูมิภาคของประเทศ

    - โฆษณาทางโทรทัศน์เรื่อง "Happiness Factory 3" ซึ่งมีศิลปิน แทททู คัลเลอร์ เป็นตัวเอก
    - คอนเสิร์ตส่งความสุขทั่วประเทศของแทททู คัลเลอร์ พร้อมศิลปินรับเชิญ
    - การทำ Experiential Sampling กับผู้บริโภคทั่วประเทศ
    - โปรโมชั่นใหญ่สำหรับผู้บริโภคและร้านค้า ซึ่งเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายนนี้
    - งานมหกรรมทางดนตรีครั้งยิ่งใหญ่ นำโดย แทททู คัลเลอร์ และสุดยอดโดยศิลปินดนตรีชั้นนำของไทยในเดือนธันวาคม ไฮไลท์สำคัญเพื่อสร้างตำนานแห่งความสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่สำหรับชาวไทย

    ตลาดเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์แบบพร้อมดื่มในประเทศไทยในปี 2552 ประกอบด้วย เครื่องดื่มสปาร์คลิ่งหรือเครื่องดื่มผสมคาร์บอเนต คิดเป็น 25% ของตลาด, น้ำผลไม้พร้อมดื่ม 10%, น้ำดื่ม 10%, นม 30%, ชา กาแฟ เครื่องดื่มให้พลังงาน และนมถั่วเหลือง รวม 20% 

  • 9 - 9 - 09 ฤกษ์ดี พันปีมีครั้งเดียว

     

    วันที่ 9 เดือน 9 ปี 2009 เลขสวยจนกลายเป็นฤกษ์พิเศษที่ใครๆก็ใช้จัดงาน เพราะนอกจากความเชื่อเรื่องโชคดีลางดีแล้ว จัดงานในวันนี้ยังเป็นที่สนใจเป็นพิเศษจากสังคมและสื่ออีกด้วย

    จากปกติที่หนึ่งวันจะมีงานอีเวนต์ราว 15 ถึง 20 งาน แต่วันนี้มีถึงราว 40 งาน บางงานก็เลือกเล่นกับฤกษ์เวลา 9:09 แต่บางงานก็ถึงกับเลือกเลข 9 มาเป็นชื่อสินค้าหรือบริการกันเลยทีเดียว

    งานที่เจาะจงเวลา 9:09 น. เช่น FM 99 วิทยุคลื่นข่าวกีฬาและสุขภาพของ MCOT ใช้โอกาสนี้โปรโมตเลขคลื่น 99 โดยยิงสปอตให้ผู้ฟังร่วมกันส่ง SMS ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวฯ โดยจะประกาศผลจำนวนข้อความเวลา 9:09 น. ของวันนี้ และงาน "BMC OPEN HOUSE" เปิดตัว  Bangkok Mediplex Center  อาคารศูนย์กลางบริการและสินค้าทางการแพทย์ ตรงข้ามซอยเอกมัย  

    ส่วนงานที่ใช้เลข 9 มาอยู่ในชื่อ ก็เช่นธนาคารไทยพาณิชย์ จัดงานแถลงข่าวแคมเปญ "สินเชื่อบ้าน 9 นำโชค" ณ ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่

    DTAC ก็เลือกวันนี้เป็นวันเปิดตัวสำนักงานใหญ๋แห่งใหม่บนตึกจามจุรีสแควร์อย่างเป็นทางการ  แม้แต่นักร้องโกอินเตอร์อย่าง ทาทา ยัง กับค่ายข้ามชาติอย่างโซนี่มิวสิค ก็เลือกวันนี้เปิดตัวอัลบั้มใหม่โดยใช้ลานบินของสนามบินดอนเมืองเป็นที่จัดงานเรียกสื่อให้ไปทำข่าวได้อย่างคึกคัก

    นอกจากนี้ยังมีงานอื่นๆแน่นตลอดทั้งวันนี้ เช่น ...

    • 10:00 The 11th Annual Central International Watch Fair 2009 The Event Hall ชั้น 3 เซ็นทรัลชิดลม และแผนกนาฬิกา เซ็นทรัลทุกสาขา
    • 11:00 LOVE REQUEST CHARITY มูลนิธิเพื่อการสนับสนุนการผ่าตัดหัวใจเด็ก โรงพยาบาลราชวิถี กรุงเทพฯ ตึกสอาด รพ.ราชวิถี
    • 13:30 อังกฤษตรางู (แอล.พี.) จัดงานแถลงข่าว Cool the World Design Contest Centre Point
    • 13:30 ดิสนีย์ จัดงานแถลงข่าว "Disney Funtasy 2009" มหัศจรรย์ความสุขและจินตนาการ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม
    • 14:00 โรงพยาบาลกรุงเทพ แถลงข่าว การประกาศความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลกรุงเทพกับไอบีเอ็ม โรงพยาบาลกรุงเทพ ซอยศูนย์วิจัย 7
    • 14:00 อาคเนย์ กลุ่มธุรกิจประกันและการเงิน แถลงข่าว "อาคเนย์สร้างภาพลักษณ์พร้อมเปิดตัวหนังโฆษณาใหม่" โรงแรมพลาซ่า แอทธินี
    • 15:00 ไลอ้อน จัดพิธีมอบเจลล้างมือคิเรอิคิเรอิ โครงการ "ไลอ้อน ร่วมรณรงค์ยับยั้งการระบาด ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009" บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด
    • 16:00 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จัดงานแถลงข่าว "KRUNGSRI Yellow Points ... ล้านใจให้น้องเรียน" สยามพารากอน
  • เป๊ปซี่โหนกระแสเอเชี่ยนฟีเวอร์

     

       

    เป๊ปซี่จับ 12 พรีเซนเตอร์ดังเกาหลีบวกจีน เปิดตัว Regional Campaign ในไทย จีน และฮ่องกง ภายใต้ชื่อ Pepsi Asian Music Battle  ซึ่งอยู่ภายใต้ร่ม Music Marketing อันเป็น platform ใหญ่ด้านการตลาดของเป๊ปซี่ที่ประสบความสำเร็จมาทุกครั้ง โดยใช้งบการตลาดราว 50 ล้านบาท เพื่อเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่คลั่งไคล้ K-Pop และ C-pop
     
    มหกรรมกรีฑาทัพพรีเซนเตอร์ครั้ง นี้ประกอบไปด้วยกู่เทียนเล่อ  ไช่อี้หลิน หลัวจื้อเลียง หวงเสี่ยวหมิง ลีจุนกิ และซูเปอร์จูเนียร์อีก 7 คน นำโดยซีวอน ทั้ง 12 คน มาซุ่มเงียบถ่ายทำที่หาดคุ้งวิมาน จ.จันทบุรี ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2552 ที่ผ่านมา ก่อนที่จะเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณานี้อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกที่ประเทศจีน และถึงคราวของประเทศไทยในเวลาต่อมา 
     
    ปริญญา เพิ่มพานิช ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและปฏิบัติการขาย บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) และ
    เอ ริค กิจจาธนพันธ์  ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด บอกว่า เป๊ปซี่จะเติบโตจากแคมเปญนี้ 4%
     
    ''กระแสเกาหลีฟีเวอร์ยังไม่หยุดขณะที่จีนฟีเวอร์ก็เป็นหนึ่งในกระแสหลักที่มีมานานและยังไม่เสื่อมความนิยม ซึ่งแคมเปญนี้จะช่วยทำให้เป๊ปซี่ยังคงเป็น Brand ที่เป็น Top of Mind ของผู้บริโภค
    กลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะวัยรุ่นได้ต่อไป" 





More Posts Next page »