หากชีวิตไม่พลิกผัน ละทิ้งทุนด้านดนตรี และหันมาเอนทรานซ์เป็นเด็กนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อแสวงหา “ความท้าทาย” และ “เปิดประตูบานใหม่” ให้กับชีวิต วันนี้ก็คงไม่มี “มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล” ผู้กำกับเลือดใหม่วัย 27 ปี ที่สามารถสร้างผลงานระดับรางวัล และเป็นที่นิยมของคอหนัง อีกทั้งสามารถถ่ายทอดความคิดผ่านภาพยนตร์จนกระทั่งเกิดแรงกระเพื่อมในสังคมไทย ด้วยประเด็น “ความรัก” ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวของคนทุกคน และแน่นอนว่ามะเดี่ยวเป็น Idol ของคนรุ่นใหม่ซึ่งนิยมชมชอบเขาด้วยทักษะฝีมือที่หลากหลายแบบหาตัวจับยาก แต่เชื่อว่าเขายังมี “ของ” อีกมากที่จะปล่อยออกมาให้ได้ลองกัน
อ่านเนื้อหาฉบับเต็ม ต่อที่นี่
บอดี้สแลมเป็นวงดนตรีร็อกที่เติบโตมาจากการมีกลุ่มแฟนจำนวนเล็กๆ ในสไตล์เพลงอินดี้ มีส่วนประกอบของกลุ่มนักดนตรีที่จริงจังกับการเล่นดนตรีมาตั้งแต่สมัยมัธยม สมาชิกทั้ง 4 คน ตูน ปิ๊ด ชัฒ และยอด เติบโตมาจากเวทีประกวด ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ทำให้พวกเขาได้ฝึกปรือฝีมืออย่างต่อเนื่อง เมื่อมีโอกาสทำให้เขาใช้ฝีมือที่มีอยู่ออกมาโชว์ได้เต็มที่ จนเป็นที่ถูกใจของแฟนเพลงจำนวนมาก
อ่านเนื้อหาฉบับเต็มได้ที่นี่
ถ้านึกถึงผู้เชี่ยวชาญทางทะเลและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ยามนี้ จะมีภาพของ "ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์" ผุดขึ้นมาโดดเด่นเหนือใคร จากอาจารย์สอนหนังสือที่ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นอกเหนือจากให้ความรู้บนเวทีวิชาการต่างๆ ดร.ธรณ์ แปรความรู้ดังกล่าวออกมาเป็นผลงาน ผ่าน "สื่อ" ออกสู่สาธารณชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งคู่มือโลกใต้ทะเล บทความ ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และท่องเที่ยวไลฟ์สไตล์ สร้างผลงานให้เสพง่ายจนได้รับการยอมรับว่า "เติมความกลมกล่อมให้สารคดี" เป็นผลงานที่ไม่เพ้อไม่ไร้สาระ ขณะเดียวกันเนื้อหาก็ไม่หนัก อ่านง่ายๆ ทำให้ดูใกล้ชิดกับคนธรรมดาๆ เกินกว่าจะเรียกเขาว่า "ดร.ธรณ์"
อ่านเนื้อหาเต็มๆได้ที่นี่
2 อัลบั้มเพลง 2 ละคร 2 ละครเวที และ 2 รอบคอนเสิร์ตใหญ่ที่อิมแพค อารีนา คือผลงานที่น้อยคนนักในวงการจะสร้างสรรค์ได้ในระยะเวลาอันสั้น แน่นอนนอกเหนือจากความสามารถ ความมุ่งมั่น และแรงกระหายในการสร้างสรรค์ผลงานของบี้แล้ว เบื้องหลังที่สำคัญคือ “ผู้สร้าง” ที่มีชื่อว่า บอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ ซึ่งเป็นคนวางคิวหลักๆ รวมถึงการ Syncronized ผลงานต่างๆ ให้กับบี้ ติดตามอ่านเนื้อหาได้ที่นี่
ธิติ ธาราสุข อาจารย์หนุ่มผู้ใช้เว็บไซต์สร้างชุมชนนักลงทุนหุ้น investasiaonline.com ได้ไล่เรียงว่าก่อนที่สังคมจะเข้ามาสู่ยุค social networking อย่างทุกวันนี้ได้ผ่านกี่ขั้นมาบ้างตั้งแต่ยุคสังคมเกษตรกรรมที่อาศัยธรรมชาติ สังคมเจ้าขุนมูลนายที่อาศัยกำลังอำนาจอาวุธ สังคมความรู้ที่อาศัยความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ มาสู่สังคม social network ซึ่งความรู้อยู่กระจายไปที่ทุกคน
ในสังคม social network นั้นแทบทุกคนมีความรู้ระดับไม่ต่างกันนัก และต่างก็แบ่งปันกันในสาขาที่ตัวเองสนใจ ทุกคนสามารถเข้าถึงความรู้ของคนอื่นได้ง่าย และก็สามารถเผยแพร่ผลักดันความรู้ของตัวเองออกไปได้ง่าย และไม่แค่ความรู้เท่านั้นที่แพร่กระจายกันไป ยังมีรสนิยมและความชอบไม่ชอบต่างๆด้วย
รูปธรรมสังคม social networking ยุคนี้ จึงมีทั้งที่ใช้เผยแพร่ความรู้ ความคิด และที่ใช้เผยแพร่ตัวตนเพื่อหากลุ่มและสร้างความเป็นเพื่อนออนไลน์ต่อกัน ซึ่งทั้งสองรูปแบบนี้เติบโตไปด้วยกันและมีความเกี่ยวข้องกันอยู่บ้าง
ความสัมพันธ์ของแต่ละคนในโมเดล social networking นั้นเท่าเทียมกัน แต่ละคนจึงมีโอกาสเท่าเทียมกันในการแสวงหาประโยชน์และข้อมูลข่าวสาร ต่างจากโมเดลความสัมพันธ์เก่าๆเช่น MLM
การประยุกต์ใช้ social networking กับความสัมพันธ์ทางการตลาดจึงเป็นการกระจายข้อมูลข่าวสารและสิทธิประโยชน์ต่างๆที่ดีที่สุดทุกวันนี้ และที่เหมาะสมที่สุดก็คือใช้ในการเรียนการสอนการศึกษาสมัยใหม่ ให้ทุกคนเข้าถึงความรู้ได้ง่าย แลกเปลี่ยนกันได้จากทุกที่ เกิดเป็นคลังความรู้สาธารณะที่ต่างจาก e-learning ทางเดียวแบบเดิมๆ
และด้วยความเชื่อมั่นในโมเดลเหล่านี้ ธิติสร้างเว็บข้อมูลข่าวสารสำหรับนักลงทุนที่เป็นทั้งตัวแทนขายซอฟต์แวร์ข่าวสารการลงทุน ข้อมูล Investor Relation และระดมทั้งผู้รู้และนักลงทุนมาจัดสัมมนาปีละครั้งแล้วให้ทั้งหมดเข้าไปแบ่งปันความรู้ข้อมูลกันในเว็บไซต์ทั้งข้อมูลหุ้นรายตัวและภาพใหญ่ ทั้งในไทยและมาเลเซีย อินโดนิเซีย และเวียดนาม ซึ่งทำได้ไม่ยากในโลกอินเตอร์เน็ต
กษมาช นีรปัทมะ CEO แห่งบริษัท TopSpace ตัวแทนของ hi5 ในประเทศไทย ขึ้นมาอาสาไขข้อข้องใจหลายๆเรื่องเกี่ยวกับ hi5 เปิดฉากด้วยตัวเลขที่น่าตกใจว่านับจากต้นปี 2007 จนถึงต้นปีนี้คนไทยเล่น hi5 ในไทยโตถึง 5 เท่า และเวอร์ชั่นภาษาไทยก็โด่งดังไม่แพ้อีก 14 ภาษาทัดเทียมอเมริกาใต้ที่เป็นแชมป์อยู่ เหตุผลที่ hi5 โด่งดังเหนือกว่าใครในไทยนั้นติดตามได้ใน clip นี้
จากงานสัมมนาเช่นเดียวกัน ไปค้นพบกันว่าโอกาสของ social Networking สำหรับนักโฆษณา, Case Study ของ Brand ดังๆ และ Do and Don't สำหรับการทำ Social Networking ควรทำกันเช่นไร เต็มอิ่ม กับ คุณกรณิการ์ กลีบแก้ว "นานา" และ คุณกติกา สายเสนีย์ "เก่ง" บริษัท Mindshare Interaction จำกัด
คุณอรรถวุฒิ เวศรานุรักษ์ (Business Director จาก ADapter Co., Ltd.)จะมาพูดถึง Trend ในโฆษณาออนไลน์ ปี 2008 ว่าก้าวไปในทิศทางใด, Consumer-Generated Media จะเป็น Marketing's Key ได้อย่างไร, Social Networking จะเข้ามามีบทบาทอย่างไรและเราจะต้องปรับตัวอย่างไรถึงจะก้าวทันความเปลี่ยนแปลงนี้ และประเด็นอื่นๆ อีกมากมาย... 40 นาทีต่อจากนี้ เชื่อได้เลยว่าคุ้มค่าต่อการรับชมทุกวินาทีอย่างแน่นอน
ศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปรียบเทียบระดับการคอนเวอร์เจนซ์ในเครือทรู ให้นิตยสาร POSITIONING ฟังว่า ถ้าเปรียบการคอนเวอร์เจนซ์เป็นบันไดสิบขั้น คอนเวอร์เจนซ์สินค้าและบริการในเครือทรูตอนนี้ก็เพิ่งจะเดินถึงขั้นที่ 3 เท่านั้นเอง ยิ่งสำหรับแบรนด์ทรูวิชั่นส์ ซึ่งผ่านการเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนผู้ถือหุ้นมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนที่ทำให้เคเบิ้ลทีวีรายนี้มีเป้าหมายชัดเจนเท่าครั้งนี้มาก่อน เพราะหลังรีแบรนด์ครั้งล่าสุด ทรูวิชั่นส์ขยายฐานสมาชิกไปสู่ตลาดกลางและตลาดแมสจนมียอดสมาชิกใหม่เติบโตเท่าตัวภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี ทำให้ภาพการเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญในฐานะแหล่งคอนเทนท์นั้นเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะแนวโน้มที่จะถูกนำมาใช้ต่อยอดบริการต่างๆ ของกลุ่มทรูในแบบคอนเวอร์เจนซ์ ที่จะใช้เป็นกลยุทธ์หลักในการเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจได้อย่างไม่สิ้นสุด
...อ่านเนื้อหาฉบับเต็มได้ที่นี่...
วิธีการ Product Tie-in ที่ทำอยู่นั้น “สุรพล พีรพงศ์พิพัฒน์” บอกว่า มี 3 ระดับ คือ Product Placement คือสินค้าวางอยู่เฉยๆ Product Movement คือการให้ตัวละครหยิบจับสินค้านั้นๆ และ Product Experience คือการให้พูดถึงคุณสมบัติของสินค้า แน่นอนสปอนเซอร์อยากได้แบบหลังสุด แต่การเลือกใช้ต้องทำอย่างเหมาะสม และกลมกลืนที่สุด ซึ่งสปอนเซอร์ที่ถือเป็นพันธมิตรกันมานานๆ และจ่ายปีหนึ่งมูลค่าสูง ก็จะได้รับการตอบแทนให้ Tie-in มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
“จิรศักดิ์ โย้จิ้ว” บอกว่า สินค้าที่อยาก Tie-in มีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากเมื่อก่อนมีเพียงไม่กี่ชิ้น ขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็น 10 กว่าชิ้นแล้ว และไม่เพียงซิทคอม ที่เห็นมานานยังมีเกมโชว์ วาไรตี้ และเอ็มวี
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Tie-in เนียนๆ สไตล์เอ็กแซ็กท์ [http://www.positioningmag.com/Magazine/Details.aspx?id=66372]
คำว่า องค์กรหมายเลข 1 ยอดขายอันดับ 1 ย่อมเปรียบเสมือนความท้าทายหมายเลข 1 สำหรับผู้บริหารคนนี้ “วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์” ขุนพลทางการตลาดของค่ายรถยนต์โตโยต้า เขาอาจจะเหมือนนักแข่งรถ ถือพวงมาลัย เหยียบคันเร่ง รักษาตำแหน่งผู้นำในเส้นทางนี้ให้ได้ แม้ถนนจะลื่นบ้าง โค้งบางช่วงจะอันตราย แต่สิ่งเหล่านี้คือความท้าทาย เป็นการขับเคลื่อนที่เขาพูดว่า ต้องต่อสู้ด้วยจิตวิญญาณแบบ Kaizen และการใช้ทฤษฎีบริหารสไตล์ Toyota Way
วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ แม้ชื่อของเขาจะไม่ใช่คนดังระดับมาสเตอร์พีซ แต่ในแวดวงของธุรกิจรถยนต์ ชื่อของวุฒิกรกับโตโยต้า ในฐานะผู้บริหารระดับสูงดูแลด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ ย่อมเป็นที่รู้จัก และได้รับความสนใจอย่างมาก ยิ่งช่วงการเปิดตัวรถใหม่ๆ และมีกิจกรรมทางการตลาดของโตโยต้า รวมทั้งเกิดความเคลื่อนไหวในตลาดรถ เขาจะได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนมากเป็นพิเศษ
กระแสละครเวทีฟอร์มใหญ่กลับมาร้อนแรงอีกครั้งด้วยฝีมือของ “บอย” ถกลเกียรติ วีรวรรณ ผู้กำกับคนดัง ที่กลายเป็นโลโก้ของละครเวทีเมืองไทยไปแล้ว ยิ่งขวบปีนี้ เขามีบทบาทกับการปลุกปั้นสร้างโรงละครใหม่ 500 ล้าน “เมืองไทยรัชดาลัย” สวนกระแสเศรษฐกิจซบด้วยการฉายแววความสำเร็จทั้งด้านผู้เข้าชมปีละหลายร้อยรอบและสปอนเซอร์ที่แนบแน่น เช่นในชื่อโรงละครหนึ่งพันห้าร้อยที่นั่งแห่งนี้
โรงละครแห่งชีวิตของนักบริหารผู้นี้ จึงเหมือนถูกปลุกขึ้นอย่างร้อนแรงอีกครั้ง !! 17 ปีในวงการละครไทย ทั้งทีวีและเวที มีโจทย์ที่ไม่เคยเปลี่ยนของถกลเกียรติ คือการหาสมดุลระหว่าง Commercial (พาณิชย์) กับ Art (ศิลปะ) และระหว่างโฆษณา Tie-in กับเนื้อหา สมดุลของรสชาติฝรั่งกับไทย สมดุลในความแปลกใหม่กับความเป็นชาวบ้านร้านตลาด ในขณะที่สมรภูมิละครโทรทัศน์ทั้ง ซิทคอม และซีรี่ส์ละคร ก็ยังต้องบัญชาการต่อไปท่ามกลางงบโฆษณาชะลอตัวและการแข่งขันชิงเรตติ้งที่เข้มข้น
บทบาทจากฐานะผู้กำกับหน้าใหม่จนมาเป็นผู้บริหารไฟแรง เขาต้องจัดสมดุลในอีโก้ของทีมงานศิลปะกับระบบทีมเวิร์คเพื่อ “ตัดขอบ” ออกมาเป็นผลงาน “ที่ใช่”
…ทั้งหมดนี้ บอย ถกลเกียรติ เปิดใจเล่าให้กับนิตยสาร POSITIONING ฟังอย่างมีรสชาติ แต่อาจยังไม่สะเทือนใจเท่ากับละครหลายเรื่องที่เขาเคยทำไว้...
กว่าจะได้มาซึ่งจังหวะและโอกาสในการแสดงฝีมือนั้นว่ากันว่าเป็นขั้นตอนที่ยากแล้ว การรักษาความสำเร็จให้อยู่กับเราไปนานๆ ถือว่ายากยิ่งกว่าแต่ “รุ่งฟ้า เกียรติพจน์” ผู้อำนวยการด้านการบริหารภาพลักษณ์องค์กรและการสื่อสารการตลาด บริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ หากมี “ความตั้งใจและความทุ่มเท”
ความชัดเจนและความคิดในแนวทางที่แตกต่างยิ่งจับต้องได้มากขึ้นจากโจทย์ใหญ่ของโมเดลธุรกิจ “Convergence” ซึ่ง “รุ่งฟ้า” กำลังทำให้คำยากๆ อย่าง Convergence เข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่ม ด้วยขั้นแรกในแคมเปญโฆษณา “ทรูมูฟ แจ๋วจริง ลองดิ” ที่มี “หม่ำ” เป็นพรีเซ็นเตอร์ หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน เธอเชื่อว่าจะพลิกให้ค่ายทรูพ้นมรสุม กวาดรายได้เป็นกอบเป็นกำได้ในไม่ช้า
ระยะเวลา 11 ปีในบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ของ “ธนา เธียรอัจฉริยะ” ต้นตำรับการการตลาดแบบ “มวยรอง” เขาไม่เพียงอยู่ร่วมในเหตุการณ์สำคัญขององค์กรแห่งนี้ ที่ผ่านทั้งจุดสูงสุดในแง่ผลกำไร และช่วงตกต่ำสุด ขาดทุนอย่างหนักจนต้องปรับโครงสร้างหนี้ เปลี่ยนถ่ายผู้ถือหุ้น ต่างชาติเข้าเทกโอเวอร์ จากวิกฤตกลายเป็นโอกาส “ธนา” แสดงฝีมือจนได้ก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของผู้บริหารคนไทยในดีแทค เป็นเบอร์ 2 รองจากซีอีโอ “ซิคเว่ เบรคเก้”
“ธนา” ที่ผ่านการสร้างแบรนด์ และรีแบรนด์ตัวเอง จากนักการเงินที่ต้องเคร่งขรึม ใส่สูทผูกไท สวมแว่นเพิ่มความน่าเชื่อถือ มาอยู่ในรูปแบบการทำงานง่ายๆ ติดดิน แบบบ้านๆ ในชุดสบายๆ ถึงจุดที่เขาบอกว่าตัวตนของเขาได้สะท้อนไปที่แบรนด์ดีแทค